Filed under: เรื่องเล่าของใบไม้
เช้าวันพฤหัสบดีที่ 25 มกราคม มันคงเป็นแค่หนึ่งวัน
วันหนึ่งธรรมดาทั่วไปเท่านั้น
แต่สิ่งที่ทำให้วันนั้นกลายเป็นวันไม่ธรรมดา
เมื่อผมตื่นเช้ามาและคว้าเอาโทรศัพท์ใต้หมอน
ขึ้นมาดูและพบว่า มีมิสคอล มาสองสาย
หนึ่งในสองสายนั้นเป็นเพื่อนสนิทที่ได้เรียน
ได้เที่ยว ได้สนุก ได้เศร้า ได้ทะเลาะ ได้หัวเรา
และ ร้องไห้มาด้วยกัน ในรายชื่อนั้น
เขียนว่า “รัชตูน”
ผมแปลกใจกับการมิสคอลของเพื่อนคนนี้ที่นานๆ
เราจะได้ติดต่อกันสักทีหลังจาก
การจบการศึกษา และต่างคนต่างแยกย้ายกันไปทำงาน
ผมจึงโทรกลับไปแต่ผลสุดท้ายการโทรของผม
ก็กลายเป็น “มิสคอล” เหมือนกัน …
สักพัก รัชก็โทรกลับมาหาผมด้วยน้ำเสียงที่
บ่งบอกได้เลยว่ายังนอนไม่เต็มอิ่มแน่ๆ
ผมจึงถามกลับว่ามีอะไรรึถึงได้โทรมาแต่เช้าขนาดนี้
… รัชก็บอกกับผมด้วยน้ำเสียง
เศร้าที่ยิ่งทวีคูณความเงียบเหงาของน้ำเสียงอีกเท่าตัวว่า
“โอ๊ท … ไอกุ่ยตายแล้วนะ”
นั่นเองเป็นสาเหตุที่ทำให้นับจากวันนั้นถึงเมื่อ
วันจันทร์ที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมา
ผมนิ่งและสงบไปได้ในระดับหนึ่ง … เหมือนกัน
กุ่ย … คือเพื่อนคนนึงที่ดีที่สุดในสายตาเพื่อน
และคนที่ได้ใกล้ชิดและรู้จักทุกคน
ผมจำได้เลือนลางมาก ถึงมากที่สุด
สำหรับการทำความรู้จักกันในครั้งแรกระหว่าง
ผม และ กุ่ย … แต่เหตุการณ์ที่ผมจำได้แม่นยำ
มากที่สุดระหว่างผม และ กุ่ย คือ …
วันที่เราได้รับมอบหมายให้ทำรายงานร่วมกันหนึ่งกลุ่ม
และเพื่อความสะดวกในการ
รวบรวมข้อมูล ทำข้อมูล และเพื่อความพึงพอใจของเอ๋
เพื่อนหญิงอีกหนึ่งคนในกลุ่มรายงาน
ที่แอบหลงรัก และหลงไหล กุ่ยอย่างมากมาย ก่ายกอง ….
ผมยังจำภาพห้องนอนของกุ่ยได้เป็นอย่างดี …
วันนั้นเรานั่งรถเมล์สาย 7 จากหน้าโรงเรียนเพื่อ
ไปที่บ้านกุ่ย กันเพราะวันพรุ่งนี้เราทุกคน
จะได้จำบ้านกุ่ยได้ และเดินทางมาทำรายงานกันอีกที
… ในวันพรุ่งนี้ …
พอเราไปถึงบ้านกุ่ย กุ่ยก็ให้ไหว้แม่ และพาเรา
อีกสามคน รัช เอ๋ และผม ขึ้นไปนั่งเล่นใน
ห้องนอน เอ๋เกาะแขนผมแน่น แสดงท่าทีตื่นเต้น
อย่างชัดเจนเหมือน เด็กที่กำลังจะได้ขึ้น
ชิงช้าสวรรค์ ครั้งแรก !!!
ประตูห้องกุ่ยถูกเปิดออก ภาพแรกที่เราได้เห็นคือ
ห้องนอนที่ถูกฉาบไปด้วยสีชมพูทั้งห้อง
เราสามคนตกใจมากครับ เพราะแปลก
และประหลาดใจกับสีของห้องที่เราเห็น ต่างร้อง
เสียงหลงกันระงม ทำเอาเจ้าของห้องหน้าแดงทันตาเห็น
… เมื่อเราลองมองไปรอบๆ ห้องเราก็เจอตัวการ
ที่ทำให้ห้องนี้เป็นสีชมพูแล้ว นั่นคือผ้าม่านผืนใหญ่
ที่อยุ่ตรงหน้าต่าง ฟากตรงข้ามประตูที่เรายืนอยู่นั่นเอง
… มันดูเป็นเรื่องน่าตลกดีนะครับ ที่ห้องนอนของเด็กผู้ชาย
บุคลิกนิ่ง สุขุมอย่างกุ่ย จะใช้ผ้าม่านสีชมพู
แต่จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ผมก็คงไม่คาดคั้นเอา
ความใดๆ หรอก ว่าทำไมผ้าม่านต้องสีชมพู
เรานั่งเล่นกันอยู่สักพัก แม่กุ่ยก็มาเรียกให้เราทุกคน
ลงไปทานข้าวเย็นด้วยกัน และต่างก็แยกย้าย
กันกลับบ้าน เพื่อมาทำรายงานกันในวันรุ่งขึ้น ..
…
ภาพทั้งหมดมันถูกดึงออกมาจากลิ้นชักในหัวสมองของผม
ขณะที่ทุกคนยืนนิ่งสงบอยู่หน้าเมรุ ในชุดสุภาพไว้ทุกข์ ขาว และ ดำ
เราทุกคนเสียใจ และเศร้าใจกับการจากไปอย่างไม่ทันตั้งตัว
ของเพื่อนคนนี้ ถึงผม กับ กุ่ย เราจะไม่ใช่เพื่อนที่สนิทกันมากที่สุด
แต่อย่างน้อยผมก็ดีใจที่ในชีวิตนี้ผมได้มีเพื่อนดีๆ หนึ่งคน
… ได้รู้จักกัน
…
ไปให้สบาย อยู่อย่างสงบนะเพื่อน พวกเราทุกคนจะคิดถึงนาย
…