Filed under: เรื่องเล่าของใบไม้
คงไม่มีใครที่กล้ายกมือขึ้นสูงๆ โชว์รักแร้ขาวเนียนบอกผมว่าไม่รู้จักโดราเอมอน ใช่ไหมครับ … เพราะคงไม่มีของใครจะใจร้ายเว้นช่องว่างให้กับการ์ตูนเรื่องนี้ สักหนึ่งอันดับทอปไฟว์ใช่ปะครับ
หรือว่าคุณกล้าทำ ?
และถ้าให้พูดถึงความโดดเด่น อันเป็นคำถามยอดฮิตที่ไม่มีใครเคยถาม และเคยตอบ คงไม่พ้นคำถามที่ถามว่า
“ของวิเศษชิ้นไหนที่อยากได้มากที่สุด”
ไม่ว่าจะเป็นเพียงคำถามสนุกๆ กับเพื่อนฝูง หรือเป็นคำถามซีเรียสลองภูมิก็ตาม คำถามนี้จะอยู่ในใจของเด็ก ผู้ใหญ่ คนชราทุกคนต่อไป แม้กระทั่งในช่วงเวลาที่คับขัน ผมก็เชื่อว่ามีสักแวบที่คุณจะนึกตลกแบบนี้เหมือนกัน เหมือนที่ผมเป็นอยู่ตอนนี้ ผมอยากได้ … ไทม์แมชชีน สักลำจังเลย
…
…
…
…
ครอบครัวของผม ภาพความทรงจำในวัยเด็ก ของเล่นชิ้นสุดท้าย เกมส์สนุก ที่ผมและผองเพื่อนร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ ให้หนึ่งช่วงเวลาของแต่ละวันผ่านไปอย่างมีความสุขมากที่สุด ผมรู้ว่าคงยากเกินไปที่จะย้อนเวลากลับไปในเวลาอันแสนสั้นและมีความสุขเช่นนั้น มันคงเป็นได้แค่ภาพสีซีดเกือบจางในก้นบึ้งของสมองเท่านั้นเอง ถ้าได้ใช้ไทม์แมชชีนสักครั้งคงไม่เลือกที่จะกลับไปในช่วงเวลานั้นหรอก ผมขอแค่ย้อนกลับไปเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ช่วงเวลาที่ผมยกเอาชีวิตตัวเองไปพัวพันกับตัว e ในหน้าจอคอมพิวเตอร์และยอมทิ้งตัวตนของผมจากอีกแบบสู่อีกแบบ ที่แย่กว่าเดิมจริงๆ
มันเป็นคืนๆ หนึ่งในฤดูร้อน หลังจากพักผ่อนกับการสอบใช้ชีวิตขลุกอยู่กับ play station one … ของเล่นชิ้นสุดท้ายในชีวติ อยู่เพียงคนเดียวในห้องรับแขก แม่ผมก็เข้ามาพูดคุยทำข้อตกลงกับคำรบเร้ามานานแรมเดือนที่อยากได้คอมพิวเตอร์เป็นของตัวเอง โดยให้เลือกที่จะขายเครื่องเกมเครื่องนี้ทิ้งซะ สำหรับใครหลายๆ คนคงอยากเลือกเก็บไว้ทั้งสองอย่างเลยใช่ปะละ ผมเองก็อยากให้มันเป็นอย่างนั้นเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้ …
ผมได้คอมพิวเตอร์เครื่องแรกของตัวเองมาไว้ในครอบครองทำให้ผมได้ทำความรู้จักกับคำว่า Internet และคงเป็นเพราะเจ้า Internet เห็นว่าผมเหงาเกินไป จึงพาเอาเพื่อนอีกคนมาให้ผมรู้จักคือ Pirch อันเป็นจุดเริ่มต้นให้ผมได้รู้จักเพื่อนเพิ่มขึ้น เพื่อนที่อยู่ในโลกเสมือนจริง เพื่อนที่พาผมไปรู้จักโลกที่กว้างขึ้นในความคิดผม แต่แคบลงกว่าเดิมในโลกแห่งความเป็นจริง … Pirch อยู่กับผมได้ไม่นานนักก็มีเพื่อนอีกคนเข้ามาทำความรู้จักกันนั่นคือ MSN อันยิ่งพาผมถลำลึกไปในโลกแคบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ….. และในที่สุดผมก็เอาเพื่อนสนิทของผมอย่าง ‘ความรัก’ มาฝากชีวิตไว้กับ MSN
ผมเฝ้าตรากตรำค้าหารักแท้มาเป็นเพื่อนกับความรักของผมมายาวนาน ตลอดเวลาที่ผ่านมามันก็เป็นเพียงแค่ รักที่เพิ่งผ่านพ้นไป รักที่ไม่จริงใจ รักที่หลอกลวง รกับที่ไม่ยั่งยืน รักที่ทำร้าน ความรัก ของผมตลอดเวลา และอาจจะตลอดไป ถ้าผมยังไม่หยุดเอา ‘ความรัก’ ของผมมาฝากไว้กับ Internet…
เมื่อมารู้สึกตัวอีกที ‘ความรักของผม’ ก็บอบช้ำเกินเยียวยารักษาแล้ว ผมขอโทษ ผมผิดไปแล้วจริงๆ นะเจ้าความรัก เอาเป็นว่าคราวนี้ผมขอไถ่โทษไปด้วยกันมั้ย ไปนั่งไทม์แมชชีนด้วยกัน ไปทำความรู้จักรักแท้กันใหม่อีกที
Filed under: ดำเนินการ 24 ชั่วโมง
โหๆ วันนี้ด้วยภารกิจที่รับมาแล้วยังทำไม่เสร็จคือการตระเวนถ่ายวัด 9 วัดลงคอลัมน์ ชิ่งเนียนมาหลายวันยังถ่ายเก็บให้พี่เค้าไม่หมดเลย แวะไปไหว้ที่ วัดพลับพลาชัย
‘โรงเรียนวัดพลับพลาชัย ยิ่งใหญ่เกียรติภูมิสูงส่ง เจริญก้าวหน้าพัฒนาดำรง มั่งคงอย่างภาคภูมิ ชมพูเขียวสีงามเลิศสุดประเสริฐน่ารัก เจริญใจ ดอกกุหลาบเอิบอาบอำไพ เป็นความยิ่งใหญ่ในรักสามัคคี โรงเรียนวัดพลับพลาชัย ยิ่งใหญ่ด้วยจิตใจเรานี้ รวมกันบากบั้นสรรค์สร้างความดี เพื่อศักดิ์ศรีของเราชาวพลับพลาชัย …’
ไม่รู้ผมหู่แว่วไปรึเปล่า แต่เมื่อขาซ้ายผมก้าวเข้าผ่านประตูเล็กๆ ด้านข้างถนนหลวง ผมได้ยินเสียงเพลงนี้แว่วในหูจางๆ ไม่ชัดเจนนัก อาจจะด้วยความเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย ที่แทบจะไม่เหลือเค้าโครงเดิมเมื่อ 10 กว่าปีก่อนเลยก็เป็นได้ แต่ยังไง มันก็คือโรงเรียนประถมแห่งแรกของผมอยู่ดี และด้วยความบังเอิญบางอย่างที่พาผมมาในวันนี้ วันนี้เป็นวันที่มีเทศกาลประจำปี งานวัดในช่วงตรุษจีน ซึ่งเป็นความสนุกสนานในวัยเด็กที่ผมมีความสุขที่สุดแล้ว การได้มาเที่ยวงานวัดในช่วงตรุษจีน ถ้าผมจำไม่ผิดทุกๆ ปีเงินแตะเอีย ผมก็หมดไปกับงานนี้แทบจะเกลี้ยงกระเป๋าเลยละ
ผมเดินผ่านประตูโรงเรียน ประตูวัดออกมา แล้วคิดถึงอย่างใจหาย นี่ผมไม่ได้มาเที่ยวงานวัดนี้มากี่ปีแล้ว ผมไม่ได้มาเยี่ยม ประถมที่แสนรักของผมแห่งนี้นานแค่ไหนแล้ว ชีวิตคนเราจะมีสถานที่สักกี่ที่เชียวที่เราจะไม่หลงลืมไปนานแบบนี้ อย่างน้อย ขอให้สถานที่แห่งนั้นเป็นบ้านหลังเล็ก แสนอบอุ่นละกัน คงน่าใจหายน่าดู
ผมเดินลัดเลาะมาตามทางและ มาถึงแถวๆ โรงหนังสิริรามา มีของเก่าวางขายเกลื่อนกลาด และผมต้องมาสะดุดอยู่ที่ร้านขายเทปร้านนึง ขายเทปเก่า ราคา 10 บาท ผมก็สอยมาได้ 10 ม้วนอะ 100 บาทพอดี หุหุ เป็นอัลบั้มอะไรบ้างไปดูกันเอาเองละกาน
กลับมาถึงบ้านลองเปิดฟังดู แล้วรู้สึกเหมือนกับไปเป็นเดกประถมอีกครั้งเลยตู
Filed under: ดำเนินการ 24 ชั่วโมง
พระเจ้าจอดมันยอร์ชมั่กๆ
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปแวะเยี่ยมเยียนโคราช และ ปากช่องจากการเชื้อชวนของเพื่อนเลิฟ ผมเอง ให้ไปเที่ยวบ้านด้วยกาน … ผมก้อเออออห่อหมกไปด้วยตามเคย สายๆ ของวันเสาร์พี่สาวของเพื่อนโผม พาผมและเพื่อนไปเที่ยวตลาดในเมืองปากช่องกันเดินวนไปวนมา ก้อจบท้ายด้วยร้านขายวีซีดี ซึ่งพี่เค้าการันตีว่าร้านนี้อะเด็ดสุด อยากได้หนังเรื่องไหน เพลงอะไรออกใหม่ ร้านนี้มีหมด เจ้าของร้านเค้าจะไม่รู้หรอกว่าอะไรออกใหม่ แต่ถ้ามีอะไรดีๆ เจ๋งก็ไปแนะนำเค้า เค้าก็จะแนะนำลูกค้าต่อ ๆ กันไป ทำเอาผมนึกถึงร้านน้องท่าพระจันทร์นิดนึงไปเลยอะคับ ผมเลยลองเดินดูรอบๆ ร้าน มันจะเป็นร้านขายซีดีแบบบ้านๆที่มีการจัดวางซีดีเต็มร้าน ย้ำนะครับว่าเต็มร้านเพราะมันเยอะมากจนเลือกไม่ถูกเลยว่าจะซื้ออะไร มีให้เลือกสากกะเบือยังเรือรบ ตั้งแต่ซีดีเปล่า ดีวีดีเปล่า น้ำยาล้างแผ่น เพลงไทย ลูกทุ่งสากล คาราโอเกะ หนังพากษ์ไทย หนังซาวน์ ดีวีดี เก่าและ ใหม่ ฯลฯ เยอะเจงๆ
และแล้วผมก็ไปสะดุดทีแรกกับ ซีดีหนังเอนิเมชั่นเรื่องโปรดจาก สตูดิโอจิบิ (สำหรับคนที่ไม่ใช่คอหนังอาร์ต ผมขอกล่าวถึงสตูดิโอจิบิ สักหน่อยนะคับ นี่คือสตูดิโอที่สร้างการ์ตูนเอนิเมชั่นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นซึ่งสร้างชื่อได้อย่างมากมายจากการนำหนังการ์ตูนในค่ายไปคว้ารางวัลออสการ์มา นั่นคือเรื่อง Spirited Away) http://www.imdb.com/title/tt0245429/
ใจตอนแรกอยากซื้อมากอะคับเพราะ แพคเกจมันไม่ใช่แบบที่เราเห็นขายทั่วไปในประเทศไทยอะมันเปนแพคเกจแบบขายต่างประเทศ แต่ก็ตัดใจเพราะเหลืองบน้อยมั่กๆ แต่วนไปวนมาก็ไปเจอกับหนังที่ทำให้ผมต้องเสียตังค์จริง นั่นคือ http://www.imdb.com/title/tt0209144/ … MEMENTO … คับผม
สำหรับใครยังไม่เคยดูหนังเรื่องนี้แนะนำเลยครับว่าเปนหนังที่เจ๋งมากๆ เจ๋งอย่าบอก ใครเลยเปนหนังที่ว่าด้วยเรื่องของคนที่เปนโรคความจำสั้น (โรคเดียวกับที่ ดรู แบร์รี่มอร์เปนในหนังเรื่อง Fifty first date นะคับ) แต่พระเอกของเรื่องนี้ใช้วิธีทบทวนความจำตัวเองด้วยรูปถ่ายและ tattoo บนตัว … ไม่เล่าต่อดีกว่า แนะนำแค่ว่าหนังเจ๋งโคตรอะไปหาดูกันนะครับ

แต่เรื่องที่ทำให้ปวดกบาลจนวันนี้ นี่สิคับ … หนังที่ได้มามันดันเปน sub Eng โลด ……
โอ้ พระเจ้าจอดมันยอร์ชมาก กว่าเดิมเปนสองเท่า
Filed under: เรื่องเล่าของใบไม้
ค ว า ม รั ก มั ก เ ป น อ ย่ า ง นี้
มี ทุ ก ข์ . . . มี ส มใ จตั ว ฉั น ไ ม่ เ ค ย มั่ น ใ จ
ใ น รั ก . . . รั ก ข อ ง เ ท อ. . .
ช่ ว ง นี้ ถื อ ไ ด้ ว่ า เ ป น ช่ ว ง ที่ มี ค ว า ม สุ ข ที่ สุ ด
ก้ อ ว่ า ไ ด้ น ะ
เ พ ร า ะ ช่ ว ง นี้ มั น ทั้ ง
ลั ค กี้ อิ น เ ลิ ฟ แ อ น ด์ อิ น เ ก ม จิ ง ๆ
แ ต่ ก้ อ ไ ม่ รู้ จ ะ ลั ค กี้ อ บ่ า ง นี้ อี ก น า น ป ะ
. . .
T_T
ม า ถึ ง ทุ ก วั น นี้
บ า ง ข้ อ ส ง สั ย ก้ อ ยั ง ค ง เ ป น
ที่ ส ง สั ย . . .
แ ล ะ ยั ง ห า ค า ม ต อ บ ไ ม่ ไ ด้ อ ยู่ ดี
ช่ ว ง นี้ ไ ด้ มี โ อ ก า ส รู้ จั ก
ค น ม า ก ห น้ า ห ล า ย ต า ม า ก ขึ้ น
ไ ด้ มี สั ง ค ม ก ว้ า ง ใ ห ญ่ ม า ก ขึ้ น
ไ ด้ เ ห น
ไ ด้ รู้ จั ก โ ล ก ที่ ห ล า ก มุ ม ม อ ง ม า ก ขึ้ น
ไ ด้ เ ข้ า ใ จ แ ล ะ เ รี ย น รู้ ที่ จ ะ อ ยู่ ใ น สั ง ค ม
อ ยู่ กั บ ตั ว เ อ ง
อ ยู่ กั บ ค น ที่ เ ร า รั ก
ไ ด้ ดี ขึ้ น
มั น อ า จ จ ะ เ ป น เ พ ร า ะ
ช่ ว ง ชี วิ ต ข อ ง ค น เ ร า นั้ น
นั บ ผ่ า น ไ ป ห นึ่ ง ก้ า ว
เ ร า ก้ อ จ ะ ไ ด้ เ รี ย น รู้
ค น ร อ บ ข้ า ง ม า ก ขึ้ น
แ ล ะ
ก้ า ว เ ติ บ โ ต ม า ก ขึ้ น อี ก ห นึ่ ง ช่ ว ง อ า ยุ
จ ะ มี ใ ค ร บ้ า ง มั้ ย
ที่ ส า ม า ร ถ ยึ ด ค ร อ ง เ อ า ค ว า ม เ ป น เ ด็ ก
ค ว าม ไ ร้ เ ดี ย ง ส า
ค ว า ม ส นุ ก วั ย เ ด็ ก ใ ห้ ค ง อ ยู่ กั บ ตั ว เ อ ง ไ ด้
แ ล ะ ยั ง ส า ม า ร ถ อ ยู่ บ น โ ล ก ใ บ นี้
ท่ า ม ก ล า ง สั ง ค ม ข อ ง ผู้ ใ ห ญ่ ไ ด้
. . .
ผ ม อ ย า ก ทำ แ บ บ นั้ น ไ ด้ มั่ ง จั ง
แอบไปหยิบเอาบทความที่เคยเขียนไว้ในไดอันเก่ามาแอบแทรกไว้
เพราะไม่รู้ดิ ความรู้สึกแบบนี้มันกลับมาอีกครั้งแล้วอะ ………….
Filed under: เรื่องเล่าของใบไม้
หุหุ เมื่อสองวันก่อนเพิ่งเล่าให้ฟังว่าไม่ค่อยมีเรื่องไรเล่าให้ฟัง
มาเมื่อวาน (วันอาทิตย์ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2550) ก็มีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น
… โดนรถชน .. ซะงั้น …
เรื่องมันมีอยู่ว่า ผมออกไปถ่ายรูปรอบๆ สนามหลวง และเกาะรัตนโกสินทร์
ลามไปถึงย่านไชน่าทาวน์ …. และเมื่อเสร็จภารกิจแล้วก็ได้เวลาราวๆ 18.00
พอดีจึงรีบไปที่ สวนสันติไชยปราการ เพื่อที่จะไปงาน Indy Fest …. ไปหา
ซื้อของแฮนด์เมด … เมื่อไปถึงยังสวนสันติฯ แล้วก็จอดมอเตอร์ไซค์ทิ้งไว้
เพื่อที่จะข้ามไปอีกฟากของถนนหาตู้กดเงิน … ผมเดินเลี้ยวซ้ายเรียบกำแพง
ไปเรื่อยจนใกล้ถึงด้านตรงข้ามบ้านพระอาทิตย์ ก็เดินข้ามถนนไปอีกฟาก ด้าน
ฝั่นสวนสันติฯ รถติดยาวจึงเดินผ่านหน้ารถเก๋งคันนึงไป หยุดตรงกลางระหว่าง
สองเลน แล้วหันซ้ายไปดูอีกฟากได้ยินเสียงคนร้องมาแต่ไกล จากด้านขวา
หันมาอีกทียังไม่สุดด้านขวา ก็ถูกมอเตอร์ไซค์ชน …………………………….
…………………..
……………….
ผมล้มลง ทุกอย่างเกิดขึ้นไวมาก ผมตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น พอรู้สึกตัวก็หันไป
หยิบของที่หล่นออกจากกระเป๋าสะพาย …. ขึ้นมา แล้วก็มีคนที่ริมถนนมาพยุง
ผมไปนั่งอีกฟากนึงเพื่อไม่เปนการขีดขวางการจราจร …..
(ภาพที่ผมเห็นหลังจากล้มตัวลงหัวฟาดพื้นเล็กน้อย หันไปทางขวาเห็นกลีบ
กุหลาบโรยอยู่ตามพื้นด้วย พระเจ้าจอดมันยอร์ชมั่กๆ มันดูสวยงามปนสงสัย
อะว่าเกิดไรขึ้นกับตูวะ) ผมลุกมานั่งตรงริมฟุตบาทด้านหน้าบ้านพระอาทิตย์ …
แล้วก็ดูแผลตามตัว ที่สังเกตได้คือมีแผลที่หน้าแข้งด้านขาว เป็นแผลถลอก
แล้วก็เนื้อเปิดนิดหน่อย กับข้อศอกด้านขวา ห้อเลือดนิดหน่อย … มอเตอร์ไซค์
ที่ชนผมมาถึงก็โวยวายยกใหญ่ว่า ข้ามถนนไงเนี่ยไม่ดูตาม้าตาเรือเลย คนอื่นๆ
ที่พยุงผมมาอีกฟากก็พูดขึ้นว่า เอาน่าแทนที่จะถามเค้าก่อนว่าเป็นอะไรหรือเปล่า
แล้วจริงๆแล้วคุณเองก็ขับรถย้อนศรมานะ .. (ก็จริงคับเพราะผมโดนชนในเลนที่
เค้าย้อนศรมาจริงๆ) ผมได้แต่นิ่งเพราะกำลังงงๆ กับเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วก็ปวดแผล
นิดหน่อย พี่คนที่ขับรถชนผมก็นิ่งไป แล้วก็เดินมาจับๆ ดูแผลผมแล้วถามว่าเป็น
อะไรรึเปล่า “ไปโรง’บาลมั้ย” (แหมรู้สึกผิดมาทันทีเลย ทีแรกมาถึงโวยวายใหญ่
ว่าเราผิด ซะงั้น) ผมดูจากแผลตามตัวแล้วมันไม่เป็นอะไรมาก แล้วผมก็ไม่อยาก
เอาความอะไร เลยบอกเค้าว่าไม่เปนไรคับ เด๋วกลับบ้านไปล้างแผลสักพักคงหาย
แล้ว … เราจึงแยกย้ายกันไป ผมนั่งสักพักพอลุกขึ้นยืนมันปวดแปล๊ปปปปปปป ที่ขา
เลยคับ
ผมจึงรีบกลับบ้านมาเพื่อที่จะไปโรงพยาบาล หลังจากการเข้าไปทำแผลด้วย
ตัวเอง(พยาบาลพาเข้าห้องฉุกเฉินแล้วก็ชี้มือไปทางด้านหน้าแล้วบอกว่าเดินไป
ทำแผลทางโน้น) แล้วผมก็ทำแผลเสร็จนั่งรออยู่ประมาณชั่วโมงกว่าๆ ไม่มีใคร
มาทำอะไรอีกเลย จนญาติผมเข้ามาถามว่าเป็นไงบ้าง ผมก็บอกไปว่ายังไม่มีใคร
มาดุแผลอะไรเลยมีแค่มาทำแผล แล้วก็หายไป ……………………..
ญาติจึงตามหมอมาดูอาการ ทีแรกหมอจะไม่เอ็กซ์เรย์ หมอบอกว่ามันแค่บวม
อักเสบธรรมดา แต่ญาติผมยืนกรานว่าให้เอ็กซ์ หมอก็บอกว่า “ถ้าอยากเอ็กซ์
ก็เอ็กซ์” ผมจึงได้เอ็กซ์เรย์ที่ขาผลออกมาปรากฏว่า ……. กระดูกร้าวนิดหน่อย
… แค่นั้นเอง
เป็นเหตุให้วันนี้ต้องเดินทางไปโรงพยาบาลอีกครั้ง เพื่อไปตรวจกับหมอกระดูก
โดยตรงหมอบอกว่าอาการทั้งหมดมันเป็นแค่กระดูกร้าว (เห็นปะบอกแล้วว่าแค่
ร้าวนิดหน่อยแค่นั้นเอง) หมอจึงบอกว่าไม่ต้องใส่เฝือกให้ยามาทาน แล้วก็นัด
ไปดูอาการอีกทีสัปดาห์หน้า ง่าเสียดายอะทีแรกเราก็หลงดีใจนึกว่าจะมีเฝือกเป็น
ของตัวเองซะแล้ว อดเลยย ….
…
จะว่าไปแล้วก็นานแล้วนะคับที่ไม่ได้มาโรงพยบาลแบบนี้ ได้มาโรงพยาบาล
สองวันติดกันแบบนี้รู้สึกดีจัง ผมเปนโรคประเภทนึงนะคับ ชอบมากเลยคับชอบ
ไปโรงพยาบาล ผมชอบกลิ่นโรงพยาบาลอะคับ กลิ่นที่คุ้งเคล้าไปด้วย
แอลกอฮอล์และยา นานาชนิดมันหอมอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ …. แต่มาสองวันนี้
ผมกลับไม่ได้กลิ่นอย่างนั้นอีกแล้ว มันหายไปเลยครับ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเหมือนกัน
แต่ผมรู้สึกได้นะคับว่าโรงพยาบาลสมัยนี้กับเมื่อก่อนมันต่างกันลิบลับเลยคับ
บรรยากาศความเปนกันเอง ความสนุกสนานมันหายไป
(หรือเพราะผมโตขึ้นแล้ว มันถึงได้หายไป)
… อยากได้บรรยากาศโรงบาลเก่าๆ แบบนั้นกลับมาจัง …… คิดถึงแกวะ ……
Filed under: เรื่องเล่าของใบไม้
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมามีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น ก็คงเหมือนกับทุกๆสัปดาห์ละคับ ไม่ได้ต่างกันมากมาย เพราะทุกสัปดาห์ก้อมีแค่ 168 ชั่วโมงเท่ากันอะดิ …
ก้อเลยมะค่อยมีเรื่องอะไรมาอัพมากมาย ทิ้งบล๊อคให้ว่างเปล่ามาตั้งหลายวัน หุหุ พยายามแล้วที่จะขุด จะงัดเอาเรื่องมาเล่าแล้ว ขุดจากก้นบึ้งของหัวสมองก็แล้วจากก้นบึ้งหัวใจก็แล้ว จากง่ามตูด ซอกแขน ซอกคอ ซอกหลืบหว่างขา … และซอก ….
(เซนเซอร์)
ก็เจออยู่เรื่องเดียวเองอะ …. วันนี้เสนอตอน ………………….. ร้านซีดีเจ๋งโคตรๆๆๆๆๆๆๆ
คือสองวันก่อนได้ไปข้าวสารกับเพื่อน เพราะเพื่อนอยากได้ซีดีเพลงเฮ้าส์ และอันเดอร์กราวน์ ก็เลยเดินตระเวนหาร้านในข้าวสาร ไปร้านแรกก็ตรงเข้าไปถามหาเพลงอันเดอร์กราวน์เจ้าของร้านก็ส่ายหน้าบอกไม่รู้จัก … (เวงกำ) … เลยลองรื้อๆ หาซีดีเองในแต่ละตะกร้าเจอซีดีแผ่นนึงเลยหยิบให้เจ้าของร้านลองเปิดฟังดู แต่เจ้าของร้านส่ายหน้าบอกว่าลองเปิด … ไม่ได้
แล้วถ้างั้นกรูจะรุ้ได้ไงวะ ว่าเพลงในซีดีเปนเพลงอะไร ตัวผมเองอยากจะเดินหนีออกจากแผงแล้ว แต่เพื่อนยังวนๆ เวียนๆ ดูอยู่หน้าแผง ผมเหลือบไปเหนว่า มันราคาแผ่นละ 150 บาท ผมจึงได้เดินเข้าไปกระซิบบอกเพื่อนว่าเฮ้ย … แม่งแผ่นละตั้ง 150 บาทแน่ะมึงไปเหอะ เพื่อนผมจึงมองหน้าแล้วบอกว่า “หรอ” แล้วก็เดินออกจากแผงมา …..
ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจริงๆ แล้วการเลือกซื้อซีดีที่ถูกที่ควรมันควรเป็นยังไง … การที่เราจะขอเปิดฟังเพลงในแผ่นซีดีที่เราต้องการมันผิดจรรยาบรรณยังไง เพราะเพลงมีไว้ฟังไม่ใช่หรอคับ ไม่ได้เอาไว้ดูเพราะฉนั้น ถ้าเราจะอยากรู้ว่าเพลงในซีดีมันเปนยังไง มันก็ไม่ใช่แค่อ่านรายชื่อเพลง ดูหน้าปกศิลปิน แล้วก็ตัดสินใจซื้อไม่ใช่หรอคับ เพราะถ้ามันเป็นอย่างนั้น จะมีรายการทีวีแนะนำเพลง จะมีสถานีวิทยุ … เพื่ออะไร ???
และแล้วเราก็เจอครับ เราได้เจอกับร้านซีดีเพลงที่สนองการฟังเพลงที่ดีอันดับหนึ่งเลยครับ ถึงจะไม่ใช่ร้านซีดีที่บริการลูกค้าได้ดีเหมือนร้านค้าทั่วไป ที่มีพนักงานแต่งตัวดูสะอาดสะอ้าน มาพร้อมกับรอยยิ้มที่เปนหลักสูตร มันเปนร้านซีดีที่ตั้งอยู่เลยมาจากสถานีตำรวจปากทาง ข้าวสารนิดหน่อย มีหลังคามุงผ้าใบผืนเล็ก พร้อมกันจอโทรทัศน์เล็กๆ หนึ่งจอ พร้อมกับโน๊ตบุ๊คเล็กๆ 1 เครื่อง และด้านหน้าเปนชั้นวางซีดีง่าย ที่มีซีดีเขียนด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษวางเต็มทุกชั้น …
เพื่อนผมเดินเข้าไปถามหาซีดีที่ต้องการ
“พี่ครับพอจะมีซีดีเพลง อีเลคโทรที่ใช้สำหรับแฟชั่นโชว์ป่าวครับ”
เจ้าของร้านนิ่งอยู่สักพักแล้วตอบกลับว่า
” ไม่มีคับ ถ้าเปนเพลงสำหรับแฟชั่นโชว์ เพราะเพลงอีเลคของผมมีแต่ซาวน์เบสหนักๆ ถ้ายังไงลองหาดูนะ หยิบฟังเอาเลยคับที่ชั้นซีดีด้านหน้า เครื่องดีวีดีอยู่ตรงนั้นเปิดเลือกฟังได้ตามใจชอบครับ “
เออ ……………………….
ดีเนอะที่มีร้านซีดีแบบนี้ด้วย ให้เราได้เลือกฟังเองตามใจชอบก็เสร็จผมซิครับ เลือกฟังอยู่ประมาณ 20 กว่านาทีได้มั้งครับ เราก็ได้ซีดีมาหนึ่งแผ่นครับ ราคา 1 ร้อยบาทพร้อมกับความประทับใจกับร้านที่ไม่ได้บริการดี แต่ง่ายๆ และเปนกันเอง
… ผมและเพื่อนเราเดินทางกลับ ผมรู้สึกแค่ว่า คราวหน้าจะมาอุดหนุนร้านนี้อีกดีกว่า เจ๋งวะ …
Filed under: มากมาย ...
Sunday is gloomy, my hours are slumberless
Dearest the shadows I live with are numberless
Little white flowers will never awaken you
Not where the black coach of sorrow has taken you
Angels have no thought of ever returning you
Would they be angry if I thought of joining you?Gloomy Sunday
Gloomy is Sunday, with shadows I spend it all
My heart and I have decided to end it all
Soon there’ll be candles and prayers that are sad I know
Let them not weep let them know that I’m glad to go
Death is no dream for in death I’m caressing you
With the last breath of my soul I’ll be blessing you
Gloomy Sunday
Dreaming, I was only dreaming
I wake and I find you asleep in the deep of my heart, here
Darling, I hope that my dream never haunted you
My heart is telling you how much I wanted you
Gloomy Sunday
…
ไม่รู้เคยได้เห็นได้ฟังกันยัง
บทเพลงแห่งความตาย
…
วันอาทิตย์ที่แสนเศร้าวันอาทิตย์นี้ช่างแสนเศร้า
ฉันไม่สามารถจะล้มตัวลงนอนได้
ต้องใช้ชีวิตอยู่กับความมืดที่ไม่มีวันจบสิ้น
ดอกไม้ขาวหล่าวนั้น จะไม่ช่วยให้เธอฟื้นขึ้นมาได้
ไม่แม้กระทั้งที่ที่รถสีดำคันนั้นพาเธอไป
หล่าวเทวดาทั้งหลายจะไม่มีวันคืนเธอกลับมาหาฉันได้
พวกเค้าจะโกรธมั๊ยถ้าฉันจะไปหาเธอแทน วันอาทิตย์ที่แสนเศร้า
วันอาทิตย์นี้ช่างแสนเศร้า
ฉันอยู่แต่ในความมืดมานานพอแล้ว
ฉันและหัวใจของฉันได้ตัดสินใจที่จะจบทุกอย่างแล้ว
อีกไม่นานฉันก็จะห้อมล้อมไปด้วย
ธูปเทียนและคำภาวนา ฉันรู้ว่ามันเศร้า
แต่อย่าร้องไห้ไปเลย เพราะว่านี่เป็นสิ่งที่ฉันต้องการทำ
ความตายสำหรับฉันไม่ใช่ความฝัน
เพราะว่าฉันจะได้สัมผัสเธออีกครั้ง
ด้วยลมหายใจสุดท้ายของฉัน ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอวันอาทิตย์ที่แสนเศร้า
นั่นเป็นเพียงแค่ความฝัน
ฉันตื่นขึ้นมาเห็นเธออยู่เคียงข้างในใจของฉัน
ฉันหวังว่าความฝันของฉันนั้นไม่ได้ทำให้เธอเศร้า
เพราะหัวใจของฉันกำลังบอกเธอว่า
ฉันต้องการเธอมากแค่ไหนวันอาทิตย์ที่แสนเศร้า
แต่งโดย ลาฟโร จาร์วัว
ทำนองโดย เรซโซ แซร์
นี่คืออีกหนึ่งบทเพลงที่ได้ถูกห้ามนำเข้าและเปิดในหลายๆประเทศ
อาทิเช่น ฮังการี และ อังกฤษ เพราะนี่คือหนึ่งบทเพลง
ที่ส่งผลต่อภาวะจิตใจ และเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด กับการตายของคน 200 คน
ขออนุญาตที่จะไม่หยิบยกเพลงนี้มาให้ฟังนะครับ เพราะไม่อยากสนับสนุนให้ได้ฟังกันครับ
โดยเฉพาะกับคนที่มีจิตใจอ่อนไหวอยู่ ณ ตอนนี้ แต่หากใครอยากลองรับรู้ดูว่าเป็นยังไง
ก็ลองหาฟังกันดูนะครับ ….
Filed under: ดำเนินการ 24 ชั่วโมง
เมื่อช่วงบ่ายของวันเสาร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา บริเวณแยกคอกวัวได้เกิดการชุมนุม ของกลุ่มคนฟังเพลง และผู้เกี่ยวข้องในวงการเพลง ในฐานะสมาชิกสภาแฟต ผู้มีหน้าที่อันทรงเกียรติในการลงคะแนนเสียงให้แก่ศิลปิน ทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ในวงการเพลง กับการแจกรางวัล แฟตอวอร์ต (แฟลชอวอร์ต) ครั้งที่ 5 ของคลื่นวิทยุเล็กๆ แต่คิดการใหญ่ …
การเริ่มลงคะแนนเสียงได้เริ่มขึ้นราวๆ ประมาณ 13.30 น. โดยเริ่มจากการร่วมแสดงความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนความรู้สึกกับการทัศนคติต่างๆ ระหว่างเหล่าดีเจ และส.ฟ. ทุกท่าน บรรยากาศทั้งหมด เป็นไปอย่างครื้นเครง จนกระทั่งเมื่อมีการเปิดประเด็นถึงบล็อค และข่าวอื้อฉาวของแฟตเรดิโอ ทำเอาน้าโด๋ หนึ่งในดีเจที่ร่วมนั่งอยู่บนเวที ถึงกับกุมขมับ และชี้แจงถึงข่าวค(ร)าว ที่เป็นทอล์ค ออฟ เดอะพันธุ์ทิพย์ และ เดอะแฟต อยู่ขณะนี้
ทางน้าโด๋ ได้แจง แถลงไขให้ส.ฟ. ทุกท่านเป็นพยานและรับรู้ถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้นว่ารูปที่ถ่ายนั้นเป็นเพียงรูปถ่ายกับรุ่นน้องที่รู้จักกันและ ได้พบกันในงาน ทีเชิร์ต แฟสติวัล เมื่อกลางปีที่แล้วนั่นเอง แต่สิ่งที่ทำให้น้าโด๋ หนักใจกว่านั้นคือในรูปภาพดังกล่าวมีการคาดตาสองสาวใหญ่ที่ยืนด้านข้างน้าโด๋ แต่ …. ไม่คาดตาเด็ก !!!
หลังจากน้าโด๋ได้แถลงไขกับเหตุการณ์ที่คลุมเคลือมาหลายวันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บรรยากาศการลงคะแนนเสียงของส.ฟ. ทุกท่านก็ดำเนินการผ่านไปด้วยดี
จนกระทั่งถึงขั้นตอนให้ เหล่า ส.ฟ. ทุกท่านได้ทำหน้าที่ลงคะแนนเสียงนั้น ป๋าก็ได้แจงข่าวดอันเป็นข่าวร้ายให้กับ ส.ฟ. อีกหลายๆ ท่าน คือ การเซอร์ไพร์สของทีมงานทุกคน ที่จัดงานในวันนี้ขึ้น คือ การแจกกิ๊กให้กับ ส.ฟ. ทุกคน อันเป็นการแสดงความตื่นเต้นให้กับ เหล่าส.ฟ. ที่หวังหมายปองกิ๊กของป๋า มาเป็นเวลานาน โดยเลือกแจกให้กับ ส.ฟ. ชายหนึ่งกิ๊ก ส.ฟ.หญิง อีกหนึ่งกิ๊ก โดยมอบหน้าที่ให้กับ “สาวน้อย” ของป๋าเป็นผู้จับรางวัลให้กับ เหล่าส.ฟ. ทุกคน
อันเป็นที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง สำหรับ ส.ฟ. ที่ลงคะแนนเสียงอย่างรวดเร็ว และกลับไปก่อน …
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
… ฟังไม่ได้ศัพท์อย่าจับไปกระเดียด จะขึ้นเครียดผิดพลาด โดนป๋าหลอก …
Filed under: ดำเนินการ 24 ชั่วโมง
อยุธยาเมืองเก่าของเราแต่ก่อน จิตใจอาวรณ์มาเล่าสู่กันฟัง
อยุธยาแต่ก่อนนี้ยังเป็นเมืองทองของพี่น้องเผ่าชนไทย …
เพลงเดิมๆ ที่เราได้ยินมาแต่เด็ก ลอยเบาๆ บางๆ มาตามสายลม
เมื่อผมและเพื่อนก้าวลงจากรถตู้ถึงพื้นภิพภของเมืองหลวง
เมืองสุดท้ายก่อนที่ ประเทศไทยจะมีเมืองหลวงเป็นรัตนโกสินทร์
หรือ กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ฯ ในปัจจุบัน …
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมเดินทางมาเที่ยวเมืองสำคัญ เมืองหนึ่งของประเทศไทยเป็นแน่
แต่ทุกครั้งที่เราได้มาเยือนเมืองหลวงเก่าแห่งนี้ ไม่เคยมีสักครั้งเดียวที่ไม่ประทับใจ
เหมือนกับทุกครั้งที่คุณได้เดินเข้าโรงหนัง ถึงเป็นโรงหนังเดิม แต่หนังที่ฉาย และ
ความประทับในแต่ละครั้งก็จะต่างกันไป …
ครั้งนี้การเดินทางเราเริ่มต้นการกราบไหว้สักการะที่วัดใหญ่ชัยมงคล
ไม่ว่าจะมากี่ครั้ง วัดใหญ่ฯ หรือวัดใดๆ ในอยุธยาก็ยังเป็นวัดที่มีความงดงาม
อันแฝงไว้ด้วยความหดหู่ให้เรารู้สึกได้เสมอ แต่สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกหดหู่มากขึ้น
นั่นคือ ….
ร่องรอยขีดเขียนบนเจดีย์องค์ใหญ่ในวัดใหญ่ฯ … ที่มีให้เห็นอยู่โดยรอบองค์เจดีย์
มันดูน่าหดหู่ดีนะครับ กับความคิดสร้างสรรค์ที่ดูไม่สร้างสรรค์เอาซะเลยของคน
มือบอนบางคน … ตู่รักต้อย … กูรักทุกสถาบัน … ฯลฯฯฯฯฯฯฯฯ ถึงเป็นแค่รอยขีดข่วน
บนคราบตะไคร้บนอิฐแดง ไม่ใช่ รอยพ่นสีสเปรย์เหมือนในกรุงเทพฯ ก็ตาม แต่หดหู่ครับ
…
หลังจากนั้นเราก็เดินทางไปต่อกันที่วัดพนัญเชิง พักทานก๋วยเตี๋ยวเรือ
และ ก้อปิดท้ายที่วัดพระศรีสรรเพชรญ์ ….
ถึงการเดินทางครั้งนี้จะไม่ได้รับความประทับใจมากพอจะหยิบยกมาเล่าได้
อย่างถึงพริกถึงขิง แต่อย่างน้อยก้อเป็นหนึ่งในการเดินทาง สมกับชีวิตที่เกิด
มามีสัญชาติญาณชีพจรลงเท้าอยู่ละครับ …




