Filed under: เรื่องเล่าของใบไม้
track 01 ….
หลังแก้วกาแฟทรงกระบอกสีแดงมีหูหิ้วให้จับอย่างถนัดมือที่บรรจุกาแฟสีอ่อนกำลังอุ่นๆ มีชายหนุ่มรูปร่างไม่สูงมากนักกำลังขมักเขม้นกับลายเส้นขยุกขยุยในคอมพิวเตอร์หน้าตาน่าชังสีขาว ที่นอกจากทำหน้าที่เสถียรประมวลผลจากเลขฐานสองเป็นรูปร่างรูปทรงต่างๆ อีกมากมายแล้ว ยังต้องแปลงระบบดิจิตอลให้เป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตน มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่รับรู้ได้ด้วยการฟัง ผ่านก้อนแม่เหล็กกลมๆ เล็กๆ สองก้อนเพื่อสร้างความบันเทิงเริงใจให้กับชายหนุ่มรูปร่างไม่สูงมากนักที่กำลังขมักเขม้นกับลายเส้นขยุกขยุยในตัวมันเองด้วย
… ชายหนุ่มคนนั้น คือ ผมเองละครับ …
track 02 ….
นับแต่จำความได้ ก็คงคล้ายๆ กับความรู้สึกของหลายๆ คนที่หลงรักอะไรอย่างเป็นเรื่องเป็นราว มักจะไม่ค่อยรู้เนื้อรู้ตัวหรอกคับว่าไปหลงรักตั้งแต่เมื่อไร แต่รู้ตัวอีกทีรักไปแล้ว อย่างตัวผมเอง ผมหลงรักเสียงดนตรีเข้าเต็มหัวใจไปแล้ว เรียกได้ว่า จะอะไร ยังไง เมื่อไร ก็ตามขอแค่มีเพลงให้ผมฟัง ก็พอแล้ว แต่ถ้าการฟังเพลงของผมเป็นเส้นกราฟตรงเหมือนคนทั่วๆ ไป เรื่องทั้งหมดคงจบแค่นี้ละครับ แต่มันยังไม่จบแค่นี้นะสิครับ
track 03 ….
ผมได้มีโอกาสทำความรู้จักกับคลื่นวิทยุเล็กๆ ที่คิดการโตๆมัน โดยการแนะนำของพี่สาวข้างบ้านเมื่อ 7 ปีที่แล้ว .. นี่คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมได้รู้จักกับคำว่าดนตรีมากขึ้น ได้เปิดโลกกว้าง (แต่รูหูไม่กว้างตาม) ได้รู้จักกับแนวเพลงแปลกใหม่ ได้เรียนรู้ว่าเพลงดีๆ ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่ค่ายใหญ่ๆ เท่านั้น แลทำให้รู้ว่าการฟังเพลงที่ดีไม่ควรดูที่ค่าย แต่ให้ดูที่คุณภาพของเพลง เพราะคลื่นวิทยุคลื่นนี้มีแต่เพลงดีที่ป๊อป และเพลงที่ป๊อป
track 04 ….
เป็นเพราะผมเป็นคนติดเพลง และเป็นเพราะผมมีแนวเพลงที่ชื่นชอบแตกต่างจากคนทั่วๆ ไป (หรือเป็นเพราะคนอื่นมีแนวเพลงที่แตกต่างจากผม ก็ไม่แน่ใจ) ทำให้ทุกๆ ครั้งที่ผมเปิดเพลงฟังขณะทำงานจะได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์อย่างสม่ำเสมอ (ซื่อสัตย์กว่าข้าราชการอีก) ว่าเปิดเพลงอะไรไม่รู้ ฟังไม่รู้เรื่อง น่าปวดหัว ไม่ว่าเพลงที่เปิดนั้นจะเป็นเพลงเร็ว,ช้า,ร็อค,ป๊อป,สกา,อิเลคโทนิกา ฯลฯ ก็ตาม
พอครั้นเพลงที่ดังออกจากลำโพงของผมเป็นเพลงที่คนในออฟฟิศบอกว่าเป็นเพลงที่ปกติ ฟังรู้เรื่องก็ตามทีแล้ว ยังไม่ว่ายโดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างสม่ำเสมอตามเคยว่า
“นายฟังเพลงแบบนี้ด้วยหรอ”
… ผมผิดปกติ หรือ คนอื่นผิดปกติ กันแน่ครับ …
track 05 ….
“ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก”
แต่ในเมื่อเพลงคือศิลปะแขนงหนึ่ง จึงมีทางเลือกให้ฟังอย่างกว้างขวาง ใครใคร่จะฮิปฮอปก็โย่ ใครใคร่จะร็อคก็โดด ใครใคร่จะดานซ์ก็พริ้ว ใครใคร่จะสกาก็ ฮิ ฮิ ฮิ … กันไปเถอะครับ ผมคงไม่มีสิทธิ์ไปบังคับให้ใครฟังเพลงเหมือนใครหรอกครับ ถ้าได้เจอคอเดียวกันก็โชคดีกันไป แต่ถ้าไม่ใช่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องปิดกันมิตรสัมพันธ์กันไม่ใช่หรอครับ เพราะการฟังเพลงของแต่ละคนก็ต่างกันออกไป ตามสังคมที่แวดล้อมของแต่ละคน ตามความกว้างขวางของโลกกว้างๆ ของแต่ละคน ไม่มีใครถูก ผิด เลว ดี หรอกครับ
track 06 …
หลังประตูบานนั้น มีคนนั่งฟังเพลงกันหลายคน
ต้นฉบับของหนังสือทำมือ around …
วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม 2550 เวลา 01:30 am …
odigimon : write …