O D ! g ! M O N


ทน + อยู่ + ทน
มิถุนายน 4, 2009, 8:06 am
Filed under: คิดมาก คิดmind

มีทางเลือก อยู่ 2 ทาง

ระหว่าง

 

 

 

ทนอยู่

 

 

 

 

 

 

 

อยู่ทน

 

 

คุณจะเลือกแบบไหน ?



วิกฤตเป็นโอกาส หรือ วิกฤตสร้างปัญหา
พฤษภาคม 24, 2009, 3:39 pm
Filed under: คิดมาก คิดmind

ในสภาวะที่ผ่านเข้ามาในช่วงนี้ คงพอจะทำให้คนเราได้ฝึกสมอง ประลองปัญญากันบ้างไม่มากกน้อยละนา …

แต่ใครจะใช้สติปัญญา แก้ปัญหา เผชิญปัญหา หรือ หนีปัญหา ก้อสุดแต่จะวิเคราะห์หาทางกันไป

มันขึ้นอยู่กับว่า คุณมองวิกฤตนี้เป็น โอกาส หรือ ปัญหา กันแน่ !!!

 

ในสภาวะคับขันของเศรษฐกิจแบบนี้ หลายๆ คนคงเห็นอยู่ว่า ได้เกิด วิกฤตว่างงานขึ้น มีคนที่ตกงานรวมหลายร้อย ล้านชีวิต ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ กันออกไป ละคนก้อต้องหาทางแก้ปัญหาของตัวเอง เอาตัวรอดในสังคมกันต่อไป บ้างก้อกลับไปทำไร่ทำนาต่างจังหวัด บ้างก้อหางานใหม่ บ้างก้อเปลี่ยนอาชีพกันไปเลย ไปเป็นขโมยขโจร เป็นมิจฉาชีพตามแต่ความถนัดละคนกันไป

ตัวผมเองตอนนี้ก็เจอสภาวะวิกฤตอยู่เช่นกันคับ แต่ทว่าผมไม่ได้เป็นหนึ่งในหลายร้อยคนที่ตกงานนะคับ แต่ผมกำลังอยากจะเปลี่ยนงาน … แต่ทว่าด้วยสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ การหางานใหม่ ช่างยากเย็นแสนเข็ญเสียเหลือเกิน กำลังสงสัยอยู่ละสิว่าจะเปลี่ยนงานทำไม เอาเป็นว่าผมขออธิบายง่ายๆ ละกันนะคับ การที่คุณต้องทำงานในที่ ที่คุณเริ่มร่อยหลอความรู้สึกดีๆ ลงไปทุกวัน ด้วยปัญหาที่ประดังเข้ามา บวกกับความไม่มั่นคงตลอด 1 ปีกว่าๆ ที่ทำงานมาแล้วยังไม่ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำสักกะที เป็นคุณยังจะทนต่อไปปะคับ …

คงมีหลายๆ คน พยักหัวหงึกๆ ปนส่ายหัวเล็กน้อยว่า “ทนๆ ไปเหอะ ยังดีกว่าตกงานไม่มีงานทำ” … เออ ก็จิงอยู่นะคับ ที่ท่านคิดนะคับ แต่ผมไม่ได้คิดอย่างนั้น ผมกลับคิดว่า ณ ช่วงเวลานี้ เจ้าของกิจการหลายๆ ธุรกิจ อันรวมไปถึง เจ้านายผมด้วยเนี่ย กำลังคิดอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องว่า “พวกเอ็ง ไม่มีใครกล้าออกจากงานได้แน่ๆ หรอก เพราะเศรษฐกิจแบบนี้จะไปหางานใหม่ได้ที่น๊ายยยยยยยยยยยยยย” (ลงท้ายเสียงสูงๆ นะคับ) เมื่อเค้าคิดแบบนี้ได้ เค้าก้อพร้อมที่จะกดดันเราได้ทุกรูปแบบ กดดันให้ทำงานให้มีประสิทธิภาพ กดดันให้ทำงานแบบวัวแบบควายกันต่อไป … แล้วด้วยเหตุผลประการใดที่เราต้องทนกันต่อไปครับ

คุณคับ พวกคุณลืมนึกอะไรไปอย่างนึงกันหรือเปล่า … ด้วยสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ หลายๆ องค์กรกำลังต้องการประคับประคองกิจการเพื่อความอยู่รอด ดังนั้น หลายๆ กิจการจึงต้องยอมเปลี่ยนแปลงด้วยหลากหลายวิธี อาทิเช่น ปลดพนักงานที่ด้อยคุณภาพออก ต้อนรับพนักงานคุณภาพเยี่ยมเข้ามาทำงานแทน / ปลดพนักงานคุณภาพเยี่ยมแต่เงินเดือนสูงออก เพื่อนำพนักงานคุณภาพเยี่ยมแต่เงินเดือนต่ำกว่า เข้ามาทำงานแทน ในช่วงช่องว่างแบบนี้ละคับ ที่แสดงให้เห็นว่า เรามีสิทธิ์เลือกนะครับ เลือกที่จะทำงานที่ใด ไม่อยากทำงานที่ใด … แต่ทว่า คนส่วนใหญ่กลับไม่มองแบบนั้น เพราะมัวแต่จมอยู่กับภาพข่าว คนตกงาน การปลดพนักงาน จึงไม่กล้าที่จะหาทางออก

ผมไม่ได้ต้องการจะมายุแยงให้ใครออกจากงานหรือเปลี่ยนงานอะไรหรอกนะคับ เพราะอย่างที่ผมได้กล่าวไว้ข้างต้นแล้วว่า มันขึ้นอยู่กับว่า คุณมองวิกฤตนี้เป็น โอกาส หรือ ปัญหา กันแน่ !!!

สำหรับผม นี่คือ โอกาส คับ ผมไม่รู้ว่า รถไฟที่ผมจะกระโดดขึ้นไปขบวนนี้จะนำพาผมไปทางไหน แต่ผมเลือกแล้วที่จะกระโดดขึ้นไป …



บางทีก้อเหนื่อยเกินไป
กันยายน 18, 2008, 4:39 pm
Filed under: คิดมาก คิดmind

การมีชีวิตอยู่ มันมักจะทำให้เรารู้สึกเหมือนจะเหนื่อยเกินไปเสมอๆ

การมีชีวิตอยู่ มันมักจะทำให้เราได้เรียนรู้อะไรมากมายอยู่เสมอๆ

การมีชีวิตอยู่ มันมักจะทำให้เราอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเสมอๆ

การมีชีวิตอยู่ มันมักจะทำให้เราอยากจะตายไปให้รู้แล้วรู้รอดเสมอๆ

ก่อนเรียนจบ ผมเคยคิดแค่ว่า ชีวิตคนเรา ก้อเพียงแค่ วันพรุ่งนี้ … เราหลับตาตื่น ก้อผ่านไปแล้ว
แต่เมื่อผมได้ดูหนังเรื่องรักแห่งสยามจบ ผมได้เกิดคำถามอะไรมากมายให้กับชีวิต ให้กับความรัก ให้กับตัวละคร
คำถามนึงที่ผมอยากรู้คำตอบมากๆ ทำให้ผมมองคำว่าชีวิตเปลี่ยนไป คือ พ่อ แม่ คนสูงอายุเค้าผ่านช่วงชีวิต
วัยรุ่นมาได้อย่างไร เค้าผ่านชีวิตทุกวันนี้ไปจนอายุเท่านั้นได้อย่างไร เค้าเหนื่อยบ้างมั้ย แล้วเค้าทำยังไงให้มัน
หายเหนื่อย …

และยิ่งมาถึงในช่วงชีวิตช่วงนี้ ที่มีแต่ปัญหามารุมเร้าสารพัด ยิ่งทำให้ผมอยอยากมีประตูวิเศษ เดินข้ามผ่านเวลานี้ไป
เปนคนสูงอายุให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย แต่ก้อรู้อยู่ว่ามันทำไม่ได้ แล้วถ้าอย่างนั้นผมควรทำยังไงต่อไป ผมควรจะหาทางออก
ให้มันยังไงดี ใครมีประตูสักบาน หรือไฟส่องทางสักอัน ช่วยนำมันมาให้ผมด้วย

 

 

 

..

 

ผมเหนื่อย จังเลย !!!

 

 



แค่สงสัย แต่หดหู่
เมษายน 19, 2008, 7:56 am
Filed under: คิดมาก คิดmind

ได้ฤกษ์ ชัย มา อัพบล็อคแว้ววววววววววววววว

วันก่อนได้มีโอกาสเข้ามา นั่งเพลินในร้านเนต (ซึ่งจริงๆ มันไม่ใช่นานๆ ทีมา แต่ นานๆ ถี่ อะ)
แล้วพบกับเรื่องที่ผม น่าจะมองข้าม แต่ผมไม่อยากมองข้ามอะ

ผมพบกับ คนพิการทางการรับฟัง และการพูด (คนใบ้) เข้ามานั่งเล่นอยู่ในร้านเนตด้วย และโปรแกรมที่เหนนั้น
ก้อคือโปรแกรม CAM FROG เราคงรู้กันดีนะครับ ว่าโปรแกรมนี้ถูกสร้างมาเพื่อการณ์ใด และเพื่อคนกลุ่มใด
ผมถามเพื่อนผมที่กำลังสนทนากันทาง สื่ออิเล็คอย่าง MSN ว่าคิดอย่างไร เพื่อนผมก็บอกแค่ว่า

“อืม ก้อดีไง เค้าเหล่านั้นคุยกันไม่ได้เหมือนเรา ไม่ได้ยินเสียงอะไรต่างๆ เหมือนเรา เค้าก้อแค่คุยกันผ่านสื่ออิเล็คเท่านั้น”

ใจผมก็อยากจะรู้สึกแค่นั้น เหมือนกัน ผมปล่อยให้เหตุการณ์วันนั้นผ่านไป และหลายวันต่อมา ผมก้อพบกับกลุ่มคน
ที่มีลักษณะภายนอกเหมือนกับคน คนๆ นั้นที่ผมเจอ เข้ามากันเปนกลุ่ม โดยมีตัวแทนสองคนนั่งเล่น CAM FROG
และอีก 3-4 คนมุงดู การสนทนาผ่านหน้าจอกลมๆ ….

ไม่อยากคิดต่อเลยครับ ว่า วันข้างหน้า เค้าจะเพิ่มจำนวนคนที่เล่นแบบนี้ มากขึ้นแค่ไหน และถ้าวันนึง เค้าเหล่านั้นได้กลาย
เปนเหยื่อ ของคนเลวในสังคม ลงข่าวหน้าหนึ่งขึ้นมา ใครๆ หลายๆ คนที่เหนดีเหนงาม หรือ ไม่ปฏิเสธเหตุการณ์ในวันนั้น
ไม่หยุดยับยั้งเค้าเหล่านั้นให้ เลิกเล่นซะ จะรู้สึกยังไง …. จะยังคนเหนว่ามันไม่ใช่ เรื่องของตัวเองต่อไปหรือไม่

ปัญหาของคนข้างๆ คุณ ถึงมันจะไม่ใช่เรื่องของคน แต่อย่าลืมนึกไปนะครับ ว่า แค่ผีเสื้อกระพือปีกครั้งเดียว
ก็ทำให้โลกทั้งใบสั่นครอนได้นะครับ



หัวนอน ปลายเท้า
เมษายน 19, 2008, 7:55 am
Filed under: คิดมาก คิดmind

เคยได้ยินกันมาบ้านใช่ปะ คำว่า’หัวนอนปลายเท้า’

อย่ามาบอกนะว่าเกิดไม่ทัน คำๆ นี้ เพราะในละครน้ำเน่า เอามาใช้บ๊อยๆ ยิ่งกับละครที่ แม่ผัวเปนคนรวย แล้วนางเอกเปนคนจ๊นจน … แล้วสุดท้ายตอนจบ นางเอกก้อดันร๊วย รวย หรือบางเรื่องอยากแหกคอก ก็เปลี่ยนใหม่เปน พระเอกยอมกัดก้อนเกลือกิน … ละครทั๊ย ไทย

 

นอกเรื่องไปนาน เข้าเรื่อง เข้าเรื่อง

 

คือ ผมรู้คับว่าทุกคน ต้องมีห้องนอนเปนของตัวเอง และก้อชอบที่จะแต่งห้องนอน ของตัวเองใช่ปะ แล้วคนกลุ่มหนึ่งก็ชอบที่จะเปิดตามหน้าหนังสือ ชอบที่จะไปหาดีไซเนอร์ ให้แต่งห้องให้ หรือบางคนก้อไม่ได้แต่งอะไรมากมาย มีไรก้อยัดๆ เข้าไป ก้อกลายเปนดีไซน์ ไปโดยปริยาย แล้วเคยมีใครบ้างป่าวครับ ที่แต่งห้องมาแล้วรู้สึกไม่ถูกใจ หรือ เคยมั้ยครับที่เดินเข้าห้องนอนใครแล้ว รู้สึกว่ามันน่าอยู่

ห้องที่อยู่แล้วไม่สบายใจ เพราะมันไม่อบอุ่น เพราะห้องๆ นั้นถูกแต่งขึ้นโดยที่ไม่มีวิญญาณ (ไม่ใช่ผี สาง) แต่หมายถึงไม่ได้ปั้นแต่งจากความรู้สึกอะ ไม่ได้ใส่เอาความจริงใจในการตกแต่งเข้าไป แล้วอะไรล่ะคือความเป็นวิญญาณในห้องๆ นั้น …

 

นั่นละครับคือประเด็นที่ผมกำลังจะพูดถึง ผมรู้สึกว่า ห้องนอนของคนเรามันบ่งบอกความเป็นตัวเป็นตนของคนได้มากมายเลยนะครับ เพราะของที่อยู่ในห้องนอน ของแต่ละคน นอกจากของรักของหวง (หนังโป๊ หนังสือโป๊ รูปแฟนเก่า ของขวัญชิ้นแรกที่ได้จากแฟนคนแรก ฯลฯ)แล้ว ยังเปนของส่วนตัวที่ต้องจับใช้ ให้สึกหรออยู่ไม่ขาดมือ และรวมไปถึงของแต่งห้องด้วย ถ้าคนที่รัก เรโทร ห้องก้อจะดูเรโทร คนที่รัก ดารา ห้องก้อจะเตมไปด้วยรูปดารา คนที่รักต้นไม้ ห้องก้อจะมีต้นไม้ คนที่รัก แฟน ห้องก้อจะมีแฟน … (เอ๊ย มะช่าย นอกประเด็น คับนอกประเด็น)

เพราะฉนั้นผมจึงรู้สึกว่า การที่เราอยากจะรู้จักใคร สักคนนึงได้ดีที่สุด ห้องนอนของคนๆ นั้นบ่งบอกได้ดีทีเดียวเลยละว่าคนๆ นั้นเป็นยังไง ชอบอะไร ฯลฯ

 

 

 

แล้วคุณละมีห้องนอนเป็นแบบไหน พร้อมจะให้ผมเปิดดูรึเปล่า



ความเปนจริงของความเหงา
มกราคม 7, 2008, 10:36 am
Filed under: คิดมาก คิดmind

คนเราเกิดมามีอวัยวะ 32 ชิ้น มีหัวใจเพียงดวงเดียว มีแค่สองมือสองเท้า

คนเราทุกคน ไม่สามารถรับรู้ได้ถึงจิตใจของคนข้างกายได้ทุกอย่าง ไม่สามารถรับรู้ได้ว่าคนๆ นั้นคิดอะไรอยู่ ไม่สามารถรับรู้ได้ว่าคนๆ นั้นปวดท้องมากแค่ไหน เวลาที่เขาบอกว่าปวดท้อง ไม่สามารถรับรู้ได้ว่าคนๆ นั้นร้องไห้เพราะอะไร

คนเราทุกคนเกิดมาพร้อมกับความเหงา คนเราทุกคน ไม่ใช่ไม่เคยร้องไห้ เราแค่หยุดพักร้องไห้เปนบางครั้งเท่านั้น

และ

คนส่วนใหญ่ มักจะคิดว่า ความรัก คือทางออกที่ดีที่สุด ของความเหงา

ถ้าประสบความสำเร็จ ก้อเพียงแค่ ได้พบคนอยู่เหงาเปนเพื่อน
ถ้าสิ้นหวังกับความรัก ก้อเพียงแค่ กลับมาอยู่คนเดียวเหงาหนักกว่าเดิม

แล้วถ้าเปนเช่นนี้ เราจะยังเรียกว่า ความรัก คือ ทางออกที่ดีที่สุดของความเหงาจริงๆ หรอ



บางความรู้สึกก็อธิบายลำบาก
พฤศจิกายน 19, 2007, 12:53 pm
Filed under: คิดมาก คิดmind

ในวันนี้วันที่แสนธรรมดา อากาศเย็น ร่มๆ พอทำให้เราชาวศิวิไลซ์ ได้รับรู้ถึงฤดูหนาวบ้างเล็กๆ น้อยๆ เป็นออเดิร์ฟ ยามตื่นนอน
เป็นอีกหนึ่งวันที่ชีวิตของคนเราต้องดำเนินต่อไป ให้ผ้านพ้นไปวันๆ ผมรู้สึกเหงาแปลกๆ

มันไม่ใช่ความเหงา ที่ไม่มีคนข้างกาย
มันไม่ใช่ความเหงา ที่ไมมีคนรัก
มันไม่ใช่ความเหงา ที่ไม่มีคนให้คิดถึง

แต่ มันเป็นความเหงา ที่รู้สึกเหมือนเราอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้

มันอาจจะเป็นเพราะ อากาศหนาว
มันอาจจะเป็นเพราะ ลมหนาว
มันอาจจะเป็นเพราะ ความเย็นยะเยือก ของน้ำเย็นที่ไหลซ่านผ่านตัวยามเช้า
มันอาจจะเป็นเพราะ ลมเย็นๆ ที่พัดผ่านหน้าเราตอนเปิดประตูบ้าน

หรือ จริงๆ แล้ว มันเป็นแค่ความวิตกจริต ที่ก่อกำเนิดในจิตใต้สำนึกของเรา เท่านั้นเอง

…..

ผม ชอบฤดูหนาว มันเย็นสบาย มันทำให้รับรู้ว่าโลกใบนี้มี หลายฤดู และ สอนให้เราเรียนรู้ว่าโลกใบนี้มีอะไรต้องพบเจออีกมากมาย

ผม เกลียดฤดูหนาว เพราะมันทำให้ผมไม่อยากอาบน้ำ ถึงท้ายสุดแล้วก้อต้องฝืนทนอาบจนได้ และ ท้ายที่สุด มันทำให้ผม เหงา …..



คนธรรมดา ดีกว่าที่คิด
กันยายน 14, 2007, 12:49 pm
Filed under: คิดมาก คิดmind

ผมรัก เปนเอก ผมชอบ วงศ์ทนงค์ ผมปลื้ม ปราดา

ผมรัก วรรณสิงห์ ผมชอบ วิศิษฐ์ ผมปลื้ม B.O.R.E.D.

ผมรัก ป๋า ผมชอบ อพาร์ทเมนท์คุณป้า ผมปลื้ม เจ้ย อภิชาติ

แต่พวกเขาทำให้ผมไม่มีความสุข เอาซะเลย

เขาว่ากันว่า การเสพศิลปะ คือการสร้างความสุข และบรรเทาความทุกข์
แต่ผมไม่เคยมีความสุข เวลาที่ได้ดูหนัง หรือละครน้ำเน่าหลังข่าว หรืออ่านหนังสือดีๆ นิตยสารดีๆ สักเล่ม

เพราะ

เวลาดูหนัง ก็ไม่เคยได้ตื่นเต้นกับฉากซีจีอลังการ อย่างแผ่นดินไหว สะพานหัก ไฟไหม้ป่า เลือดสาด เพราะ ผมรู้ว่านี่คือภาพยนตร์ และ นี่คือภาพจากคอมพิวเตอร์กราฟฟิค

เวลาดูละครน้ำเน่าผมก้อแทบจะแยกออกเลยว่า ฉากไหนตัดต่อห่วย ตัดต่อไม่เนียน แสงโดด หรือ คัตมั่วๆ

เวลาอ่านนิตยสาร หรือดูแผ่นพับ แผ่นป้ายโฆษณา ก้อเอาแต่เฝ้าจับจ้องนึกถึงขั้นตอนการทำออกมาเป็นงานอย่างที่เห็น ทั้งลวดลาย การใช้กระดาษ รวมไปถึงยังเฝ้าคอยจับผิดหาความไม่เนียนจากงานกราฟฟิค

เสียใจยังไงไม่รู้บอกไม่ถูก
อยากเกิดเป็นคนธรรมดาๆ
ที่ยังตื่นเต้นกับฉากแผ่นดินไหว สะพานหัก

ที่ยังตื่นเต้นกับละครบทห่วยๆ ของไทย

ที่ยังตื่นเต้นกับหนังผี ที่มีแต่คำด่าหยาบคาย มีสัตว์เลื้อยคลาน กับกระเทยวิ่งพล่านทั่วทั้งหนัง

ที่ยังตื่นเต้นกับภาพโฆษณาไอติมสวยๆ ชวนกิน

….

อยากเกิดเป็นคนธรรมด๊า ธรรมดา



เกราะป้องกันภัย หรือแค่ความระแวงของสัตว์สังคม
สิงหาคม 3, 2007, 8:27 pm
Filed under: คิดมาก คิดmind

หลังจากไม่ได้ไปเมา ไปปลิ้น ไปสังสรรค์ ไปเฮฮาปาจิงโกะ แล้วแต่ใครจะเรียก แต่สำหรับผมเรียกว่า

 ”ไปมาว”

ที่ทิ้งช่วงระยะเวลามานานพอสมควร วันนี้เพื่อนอัต และเพื่อนไก่ ได้ชวนผมไปร้าน say play
ตั้งอยุ่ในซอย เอกมัย 21 เปนร้านเหล้าเล็กๆ อบอุ่น ที่ได้ชวนไปหลายทีแล้วแต่ก้อเบี้ยวมาทุกที
พอเข้าไปถึงร้านก้อได้รู้ว่า ทำไมมันถึงมาร้านนี้กัน …..

หุย พี่ปอย ตะวัน ไม่ใช่ศรีปาน แต่เปน ปอย ตะวัน หรือ ปอย portrait เจ้าของเศร้า ฮิตๆ ในดวงใจของชาวโตๆ มันๆ อย่าง ขอดาว / วันที่หัวใจเคลื่อนไหว / คนแปลกหน้า และ ล่าสุดในอัลบั้มสนามหลวงคอนเนค กับเพลง เขียนไว้ข้างเตียงที่หยิบมาทำได้ บาดใจจริงๆ มาเล่นอยู่ประจำร้านนี้นี่เอง

วันนี้เลยได้เมาได้ปลิ้น สมใจอยาก และก้อได้ถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน เรื่องราวทั้งหมด มันก้อแค่การได้เที่ยวสนุกๆ ของผม แต่มันทำให้ผมรู้สึกอะไรบางอย่าง เรื่องมันมีอยู่ว่า

นอกจากอัต กับ ไก่ และ พี่ปุ้น ที่นั่งอยู่บนโต๊ะ แล้ว ยังมีเพื่อนของอัตอีก 5 -6 คนเปนผุ้หญิง ที่ไม่ค่อยกุลสตรีเอาซะเลยนั่งอยู่ด้วย ทั้งๆ ที่ไม่ได้รู้จักมักจี่กันมาก่อน แต่ด้วยมิตรภาพที่ก่อตัวบางๆ ขึ้นกลางโต๊ะ ทำให้ผมและเธอเหล่านั้นไม่เคอะเขินที่จะ ทำท่าทางตลกโปกฮา ให้ดูกัน และยังสนุกสนานแบบไม่เสแสร้งกันด้วย น่าแปลกดีนะครับ บางทีแค่กับคนบางกลุ่มเราก้อพร้อมที่จะ เปิดรับมิตรภาพกับเค้าอย่างง่ายดาย แต่ในทางตรงกันข้ามกับบางคน เรากลับแทบอยากจะปิดประตูลงกลอนสิบชั้น ตอกไม้ปิดบานประตูให้แน่นหนา ไม่ให้ใครคนนั้นเข้ามาก้าวก่ายยุ่มย่าม อาณาเขตส่วนบุคคลของเราเลย

แน่ใจเหมือนกันว่า เราทุกคนเอาอะไรมาเปนเกณฑ์ตัดสินคน ว่าคนๆ นั้นเป็นคนที่เราควรคุยด้วยหรือไม่

จะว่าเพราะเรื่องหน้าตา มันก็ไม่ใช่เพราะสำหรับคำว่าเพื่อนแล้วจะหน้าตายังไง ก็เพื่อนกันอยู่ดี เพราะเพื่อนนะไม่ใข่แฟน

จะว่าเพราะเรื่องอุปนิสัย อันนี้ก็มีส่วนเพราะบางทีคนเราที่มีนิสัยต่างกัน ก็ไม่น่าคบหากันได้อยู่แล้ว

เพราะฉนั้นจริงๆ แล้วมันคืออะไรกันแน่ มันเปนแค่เกราะป้องกันภัย จากสัญชาตญาณ หรือ อันที่จริงแล้วเป็นแค่ความสันหลังหวะของสัตว์สังคม ที่ก่อมันขึ้นมาเอง



ตัวเลือก
สิงหาคม 1, 2007, 6:07 pm
Filed under: คิดมาก คิดmind

คนเรามีอวัยวะ ทั้งหมด 32 ชิ้นอวัยวะทุกชิ้นมีความสำคัญเท่ากันหมด
เพราะแต่ละชิ้นก็มีหน้าที่ของมันเอง จะทำงานแทนกันไม่ได้
(ยกเว้นความพิสดารของมนุย์ อันเหนว่าตนนั้นเปนสัตว์ประเสริฐ เท่านั้นที่จะทำได้)

ถ้าให้คุณเลือกได้อยากเลือกเกิดเป็นอวัยวะชิ้นไหนดีละ

ผมเลือกเกิดเป็นกระดูกสันหลังละกัน
เพราะมันเป็นอวัยวะที่เปราะบางที่สุด ควรให้ความทะนุถนอมที่สุด

……

แล้วคุณล่ะ เลือกอะไร ???