Filed under: ภาพ เสียง ดู
มาคราวนี้คงมาแลปกกว่าเดิม เพราะว่า เราแค่อยากจะมาช่วยฝาก โปรโมตอัลบั้มใหม่
พร้อมกับทรงผมทรงใหม่ที่ได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนาหู
ไงก้อฝากติดตามผลงานพี่คนนี้ด้วยนะคับ

จากโปสเตอร์ที่น่าดึงดูด (จากความปราถนาลึกๆ ของ anti-american’s guy)
ที่อยากให้เกิดเหตุการณ์จริงอย่างในโปสเตอร์
จากตัวอย่างหนังที่ดูยังไงๆ ก็นึกถึง The Blair Witch Project (1999)
และ Book of Shadows: Blair Witch 2 (2000) อย่างเสียไม่ได้
จากคำบอกเล่าของคนรอบข้างที่ได้ไปดู ทั้งคนที่ดูหนังไม่เปน และคนที่รู้จักที่จะเรียนรู้การดูหนัง
จากทั้งปฏิกริยาที่มีต่อหนัง ทั้งคำห้าม ที่บ่งบอกว่าไม่สนุก ทั้งคำท้วงติงถึงความแย่ ทั้งความยุแหย่ให้ท้าทาย
….
20:20 21/01/2008
Cloverfield
Cinema 3 A 13
ทำให้ผมได้ค้นพบสัจธรรมของเรื่องราวทั้งหมดแล้ว ….. ผมไม่รู้จะอธิบายยังไงดี คงบอกได้แต่เพียง
ผมรัก หนังเรื่องนี้ว่ะ ……
ด้วยเรื่องราวพล็อตง่ายๆ ที่ดูไม่น่าจะคิดได้ และไม่น่าเชื่อว่าจะมีใครกล้าเอามาทำเป็นหนัง แต่ Matt Reeves ก็ได้พิสูจน์ให้เราเห็นอีกครั้งว่า บางทีความงี่เง่าของ Hollywood ก็ไม่ได้ดูแย่เสมอไป เหมือนกับไอเดียที่เอาคนถ่ายวีดีโอไม่เปน ถือกล้องส่ายไปส่ายมา มาอยู่กับคนอีก 4 คน ที่อยู่ในสถาวะสติแตก โดยมีแบ็คกราวน์จากการหนีเอาตัวรอดปีศาจ (ตัวอะไรก็ไม่รู้ แต่คนในเวปเขาว่ากันว่าเปนปลาวาฬกลายพันธุ์)
แต่เขาก็ทำไปแล้ว จึงทำให้ Cloverfield กลายเปนหนังที่น่าเชียร์ให้ได้อะไรสักรางวัล ในออสการ์ปีนี้นักเชียว (อันนี้มันความเห็นส่วนตัวนะครับ)เพราะจากข้อดีหลายๆ อย่างที่เราได้เห็นจากหนังเรื่องนี้ อย่างการเล่นตลกร้าย กับเทปลับของอเมริกา และการเล่นกับเวลาจริงในเทปวีดีโอ (90 นาที) การเอาดราม่า (ที่ยังอุตส่าห์เอามาใส่จนได้) อย่างแนบเนียนไม่ทำให้สะดุดอารมณ์ การผูก และสร้างตัวละครอย่างสมเหตุสมผล (เข้าใจเลือกเอาบุคลิกตัวละคร 4 ตัวที่ไม่เหมือนกันเลย มาอยู่ในเหตุการณ์) ให้เราไดเห็นสภาวะคับขันของคนหลายๆ คน ทำให้เรารู้สึกว่าไม่ได้คิดเหมือนกันไปซะทุกอย่าง มีขัด มีแย้งกันบ้าง ในแต่ละสถานการณ์
หากตัดเอาข้อเสีย อย่าง มุมกล้องที่ทำให้คนที่ไม่ชินกับมุมกล้อง แบบแฮนดี้แคม (ทั้งๆ ที่แฮนดี้แคม กลายเปนส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว) อาจจะเวียนหัวไปบ้าง หรือ ความเคลือบแคลงใจว่าจริงๆ แล้วมันคือตัวอะไร แล้วมันตายไหม ของบท และ ความไม่สมจริงในบางเหตุการณ์ และท้ายสุด ที่ทำให้ผมดูหนังเรื่องนี้แล้วนึกถึง The Host
ก็พอจะหักล้างกันได้ว่า หนังเรื่องนี้อาจจะไม่ใช่หนังที่ดีสำหรับใครบางคน ที่ยังมีอคติแย่ๆ ผิดๆ กับการดูหนัง แต่ผมเชื่อว่า ถ้าคุณลองกล้าที่จะเปิดใจให้กับเหตุผลบางประการดูบ้าง คุณจะได้พบกับหนังดีๆ ที่กล้าเล่นกับเหตุการณ์เสมือนจริงเรื่องนี้บ้างก็เป็นได้
Filed under: ภาพ เสียง ดู
จากหนังสยองขวัญ 2 สัญชาติที่เคยสร้างความฮือฮาโดยฝีมือผู้กำกับพี่น้องตระกูลแปง (Daniel / Oxide Pang) เมื่อปี 2545 ที่ผ่านมา ได้ถูกนำกลับมารีเมคอีกครั้ง ในปี 2008 โดยฝืมือผู้กำกับร่วมกันระหว่าง David Mareau, Xavier Palud จากการเขียนบทโดย Sebastian Gutierrez (Rise, Snake on a Plane, Gothika)
ด้วยเรื่องของ Sydney Wells (Jessica Alba ; Sin City, Into the blue, Fantastic Four) หญิงสาวที่ตาบอด และได้เข้ารับการรักษาผ่าตัดตาใหม่ โดย Dr.Paul Eaulkner (Alessandre Nivola ; Goal) แต่หลังจากที่ผ่าตัดตาแล้ว กลับได้พบกับเหตุการณ์แปลกๆ พร้อมประสบการณ์ใหม่ๆ ในการมองเห็น ที่เธอเองเชื่อว่ามนเป็นเรื่องราวมากมายเหนือการมองเห็นของเธอ เธอจึงเริ่มต้นค้นหาความเป็นจริงจากภาพที่เห็นทั้งหมด
นับเป็นอีกครั้งที่ หนังสยองขวัญสัญชาติเอเซีย ถูกฮอลลีวูด นำมารีเมคใหม่ นับแต่ The Ring, The Grudge กับรายได้ที่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แต่ก็ได้เสียงตอบรับในความฮือฮาของสไตล์นี้ไม่น้อยทีเดียว แค่นี้ก็คงจะพอพิสูจน์แล้วว่าเสน่ห์ แห่งเอเซียช่างน่าเย้ายวนชวนหลงไหลเกินคาดจริงๆ