O D ! g ! M O N


ว่างเปล่า
พฤษภาคม 16, 2009, 4:03 pm
Filed under: 1

จะว่ามาตามหน้าที่ ก็ไม่เชิง เพราะ มันคงเป็นหน้าที่ ที่บกพร่องเป็นที่สุด

12 กุมภาพันธ์ ถึง 16 พฤษภาคม … นานโข

จะว่ามาเพราะความคิดถึง อันนี้พอมีส่วน เพราะงานเยอะ ธุระปะปังรัดตัว

นานๆ ทีจะได้แวะ มาฟลาเนอร์ แวะมา wordpress กับเขาสักที

จะว่ามาด้วยความเสน่หา อันนี้ไม่แน่ เหนมีคนมาเรียกร้องให้เราอัพ

 

แต่ นึกไม่ออกว่าจะอัพอะไรดี ก้อเอาเปนว่า มาอัพละนะ …



เหนื่อย แต่ก้อยอมแลก เพื่อชีวิตที่ดีกว่า
สิงหาคม 24, 2008, 4:20 pm
Filed under: 1

บางทีชีวิตคนเรา ก้อเหมือนเกิดมามีกรรม

 

 

เราเกิดมาเพื่อโหยหาความรัก

เราเกิดมาเพื่ออยากมีความรัก

เราเกิดมาเพื่อเจ็บกับความรัก

 

และ

 

เราเกิดมาเพื่อพร้อมเริ่มต้นใหม่กับความรักได้ทุกเมื่อ



กากใย…ตกตะกอน ‘ใบไม้แดง’ ตอนที่ 4 / รัก
พฤษภาคม 13, 2008, 11:03 am
Filed under: 1

ในห้วงยามเยาว์วัย ที่ยังไม่มีขนลัับ ยังไม่คุ้นเคยกับคำว่า สังวาส และยังไม่เคยเสียพรหมจารีย์ ผมเคยนำจมูกบี้ๆ ออกบาน ไม่สวยไปแตะกับผิวหนังบางๆ ที่กั้นกลางระหว่างหูและปาก ของเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง แล้วได้ของแถมเป็นรอยแดงฉาน ความร้อนชาบนผิวหนังบางๆ กั้นระหว่างหูและปาก กลับมา

ในห้วงยามที่ผมเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงคำว่า สังวาส ผมได้ค้นพบว่าผมมีความนิยมชมชอบในเพศของตนเองมากกว่า ผมสับสน แต่ก็พอใจในความรู้สึกตัวเอง เพราะผมว่า มันไม่ใช่เรื่องผิด

ในห้วงยามนี้ ผมเชื่อว่า ‘รัก’ มีต้นเหตุมาจากความเหงา และด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ ‘เหงา’ กับ ‘รัก’ ไม่ห่างจากกัน เพราะการมีความรัก ไมไ่ด้ทำให้เราหายเหงา แต่แค่มีเพื่อนเหงาด้วยกัน (สองคนขึ้นไป)

ในห้วงยามนี้ผมกำลังมี ‘ความรัก’ เป็นครั้งที่เท่าไรนั้นก็จำไม่ได้แล้ว แต่เอาเป็นว่าครั้งนี้ ผมกำลังมี ‘ความรัก’ มันไม่ใช่ความรักที่เลื่อนลอย ไร้แก่นสารเหมือนหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา มันทำให้ผมมีความสุข และทุกข์ ไปพร้อมๆ กัน แต่ทว่า ‘ทุกข์’ ครั้งนี้ มีผลลัพท์ เท่ากับ ‘ความสุข’

สุข … ที่ได้เป็นห่วงคนๆ นึงจนเป็นทุกข์
สุข … ที่มีคนๆ นึงรู้ว่าเรากำลังเป็นทุกข์
สุข … ที่ความทุกข์นั้น ทำให้เราสองคนเข้าใจกันมากขึ้น

ถ้าต้อง ‘ทุกข์’ แล้วต้อง ‘เหงา’ แต่แลกกับการมีคนหนึ่งคนให้ ‘รัก’

ผมยอม



The Host in Hollywood (a g a i n)
มกราคม 21, 2008, 4:10 pm
Filed under: 1, ภาพ เสียง ดู

จากโปสเตอร์ที่น่าดึงดูด (จากความปราถนาลึกๆ ของ anti-american’s guy)
ที่อยากให้เกิดเหตุการณ์จริงอย่างในโปสเตอร์

จากตัวอย่างหนังที่ดูยังไงๆ ก็นึกถึง The Blair Witch Project (1999)
และ Book of Shadows: Blair Witch 2 (2000) อย่างเสียไม่ได้

จากคำบอกเล่าของคนรอบข้างที่ได้ไปดู ทั้งคนที่ดูหนังไม่เปน และคนที่รู้จักที่จะเรียนรู้การดูหนัง

จากทั้งปฏิกริยาที่มีต่อหนัง ทั้งคำห้าม ที่บ่งบอกว่าไม่สนุก ทั้งคำท้วงติงถึงความแย่ ทั้งความยุแหย่ให้ท้าทาย

….

20:20  21/01/2008
Cloverfield

Cinema 3 A 13

ทำให้ผมได้ค้นพบสัจธรรมของเรื่องราวทั้งหมดแล้ว ….. ผมไม่รู้จะอธิบายยังไงดี คงบอกได้แต่เพียง

ผมรัก หนังเรื่องนี้ว่ะ ……

ด้วยเรื่องราวพล็อตง่ายๆ ที่ดูไม่น่าจะคิดได้ และไม่น่าเชื่อว่าจะมีใครกล้าเอามาทำเป็นหนัง แต่ Matt Reeves ก็ได้พิสูจน์ให้เราเห็นอีกครั้งว่า บางทีความงี่เง่าของ Hollywood ก็ไม่ได้ดูแย่เสมอไป เหมือนกับไอเดียที่เอาคนถ่ายวีดีโอไม่เปน ถือกล้องส่ายไปส่ายมา มาอยู่กับคนอีก 4 คน ที่อยู่ในสถาวะสติแตก โดยมีแบ็คกราวน์จากการหนีเอาตัวรอดปีศาจ (ตัวอะไรก็ไม่รู้ แต่คนในเวปเขาว่ากันว่าเปนปลาวาฬกลายพันธุ์)

แต่เขาก็ทำไปแล้ว จึงทำให้ Cloverfield กลายเปนหนังที่น่าเชียร์ให้ได้อะไรสักรางวัล ในออสการ์ปีนี้นักเชียว (อันนี้มันความเห็นส่วนตัวนะครับ)เพราะจากข้อดีหลายๆ อย่างที่เราได้เห็นจากหนังเรื่องนี้ อย่างการเล่นตลกร้าย กับเทปลับของอเมริกา และการเล่นกับเวลาจริงในเทปวีดีโอ (90 นาที) การเอาดราม่า (ที่ยังอุตส่าห์เอามาใส่จนได้) อย่างแนบเนียนไม่ทำให้สะดุดอารมณ์ การผูก และสร้างตัวละครอย่างสมเหตุสมผล (เข้าใจเลือกเอาบุคลิกตัวละคร 4 ตัวที่ไม่เหมือนกันเลย มาอยู่ในเหตุการณ์) ให้เราไดเห็นสภาวะคับขันของคนหลายๆ คน ทำให้เรารู้สึกว่าไม่ได้คิดเหมือนกันไปซะทุกอย่าง มีขัด มีแย้งกันบ้าง ในแต่ละสถานการณ์

หากตัดเอาข้อเสีย อย่าง มุมกล้องที่ทำให้คนที่ไม่ชินกับมุมกล้อง แบบแฮนดี้แคม (ทั้งๆ ที่แฮนดี้แคม กลายเปนส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว) อาจจะเวียนหัวไปบ้าง หรือ ความเคลือบแคลงใจว่าจริงๆ แล้วมันคือตัวอะไร แล้วมันตายไหม ของบท และ ความไม่สมจริงในบางเหตุการณ์ และท้ายสุด ที่ทำให้ผมดูหนังเรื่องนี้แล้วนึกถึง The Host

ก็พอจะหักล้างกันได้ว่า หนังเรื่องนี้อาจจะไม่ใช่หนังที่ดีสำหรับใครบางคน ที่ยังมีอคติแย่ๆ ผิดๆ กับการดูหนัง แต่ผมเชื่อว่า ถ้าคุณลองกล้าที่จะเปิดใจให้กับเหตุผลบางประการดูบ้าง คุณจะได้พบกับหนังดีๆ ที่กล้าเล่นกับเหตุการณ์เสมือนจริงเรื่องนี้บ้างก็เป็นได้



เอ ทำไมมันดูเปรี้ยวๆ เนอะ
พฤศจิกายน 5, 2007, 11:51 am
Filed under: 1

เกบไว้มานาน โดนด่า โดนครหา มาเนิ่นนานแว้ว ว่าทิ้งบ้านไว้นาน กลับมาอีกที ก้อแบบงานเยอะ มั่กๆ เยอะจนไม่มีเวล่ำ เวลา

….

วันนี้ก้อเลย แบบว่า เอาคำถามมาฝากเล่นๆ นะ

1. คุณเคยออกจากบ้านด้วยเสื้อผ้าขาวสะอาด และกลับบ้านมาด้วย เสื้อผ้าที่เขรอะเปรอะกรัง ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

2. คุณบอกรักแม่ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

3. วันนี้คุณดื่มนมแล้วหรือยัง

4. อย่าลืม ดื่มวีต้าพรุน แล้วไปนอนซะ