O D ! g ! M O N


เหนื่อย แต่ก้อยอมแลก เพื่อชีวิตที่ดีกว่า
สิงหาคม 24, 2008, 4:20 pm
Filed under: 1

บางทีชีวิตคนเรา ก้อเหมือนเกิดมามีกรรม

 

 

เราเกิดมาเพื่อโหยหาความรัก

เราเกิดมาเพื่ออยากมีความรัก

เราเกิดมาเพื่อเจ็บกับความรัก

 

และ

 

เราเกิดมาเพื่อพร้อมเริ่มต้นใหม่กับความรักได้ทุกเมื่อ



กากใย…ตกตะกอน ‘ใบไม้แดง’ ตอนที่ 4 / รัก
พฤษภาคม 13, 2008, 11:03 am
Filed under: 1

ในห้วงยามเยาว์วัย ที่ยังไม่มีขนลัับ ยังไม่คุ้นเคยกับคำว่า สังวาส และยังไม่เคยเสียพรหมจารีย์ ผมเคยนำจมูกบี้ๆ ออกบาน ไม่สวยไปแตะกับผิวหนังบางๆ ที่กั้นกลางระหว่างหูและปาก ของเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง แล้วได้ของแถมเป็นรอยแดงฉาน ความร้อนชาบนผิวหนังบางๆ กั้นระหว่างหูและปาก กลับมา

ในห้วงยามที่ผมเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงคำว่า สังวาส ผมได้ค้นพบว่าผมมีความนิยมชมชอบในเพศของตนเองมากกว่า ผมสับสน แต่ก็พอใจในความรู้สึกตัวเอง เพราะผมว่า มันไม่ใช่เรื่องผิด

ในห้วงยามนี้ ผมเชื่อว่า ‘รัก’ มีต้นเหตุมาจากความเหงา และด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ ‘เหงา’ กับ ‘รัก’ ไม่ห่างจากกัน เพราะการมีความรัก ไมไ่ด้ทำให้เราหายเหงา แต่แค่มีเพื่อนเหงาด้วยกัน (สองคนขึ้นไป)

ในห้วงยามนี้ผมกำลังมี ‘ความรัก’ เป็นครั้งที่เท่าไรนั้นก็จำไม่ได้แล้ว แต่เอาเป็นว่าครั้งนี้ ผมกำลังมี ‘ความรัก’ มันไม่ใช่ความรักที่เลื่อนลอย ไร้แก่นสารเหมือนหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา มันทำให้ผมมีความสุข และทุกข์ ไปพร้อมๆ กัน แต่ทว่า ‘ทุกข์’ ครั้งนี้ มีผลลัพท์ เท่ากับ ‘ความสุข’

สุข … ที่ได้เป็นห่วงคนๆ นึงจนเป็นทุกข์
สุข … ที่มีคนๆ นึงรู้ว่าเรากำลังเป็นทุกข์
สุข … ที่ความทุกข์นั้น ทำให้เราสองคนเข้าใจกันมากขึ้น

ถ้าต้อง ‘ทุกข์’ แล้วต้อง ‘เหงา’ แต่แลกกับการมีคนหนึ่งคนให้ ‘รัก’

ผมยอม



กากใย..ตกตะกอน ‘ใบไม้แดง’ ตอนที่ 3 / สัด
พฤษภาคม 6, 2008, 5:16 am
Filed under: เรื่องเล่าของใบไม้

อย่าครับ อย่าเพิ่งเข้าจผมผิดไป ถึงเอาเข้าจริงๆ ผมก็น้อมรับว่า ‘ตัวผมเอง’ ไม่ได้สุภาพเท่าใดนัก แต่หยาบโพลน กระดากกระด้าง ร้ายกาจกว่าในมโนภาพแรกที่คุณนึกถึง ‘ตัวผมเอง’ จากชื่อหัวเรื่องหรอกครับ

คนเราทุกคนในยุคสมัยนี้ต่างจากสมัยกะนู้นเยอะนะครับ

รวยก็รวยกว่า

แต่ที่จนก็จนกว่า

ศิวิไลซ์กว่า

เจริญกว่า

ก้าวหน้ากว่า

ฉลาดกว่า

แต่ที่โง่ ก็แสนบรมโง่

แต่ถึงกระนั้นก็เถอะจะว่าไปคนสมัยนี้ก็ทั้ง

ใจแคบกว่า

เห็นแก่ตัวกว่า

มองโลกแคบกว่า

หลอกคนอื่นเก่งกว่า

แต่งเรื่องเก่งกว่า

หลอกตัวเองก็เก่งกว่าหลายขุม

จึงทำให้ตัวตนของเราทุกคนหลุดลอยมากกว่า ทั้งในเรื่องของ

สัญชาตญาณของความเป็น … คน

สัญชาตญาณของความเป็น … สัตว์

สัญชาตญาณของความเป็น … ธรรมชาติ

สัญชาตญาณของความเป็น … ตัวของตัวเอง

ได้แต่หลุดลอยไปกับสิ่งยั่วยุ ทะลึ่ง ทะเล้นรอบๆ ข้าง

‘ผมก็เป็น’ ใช่ครับ ที่ผมกำลังเขียนพาดพิงด่าทอคนอื่นนั้น ผมเองก็ไม่ได้ต่างจากนั้นสักเท่าไหร่

ผมก็คงบอกไม่ได้หรอกว่าผมเป็นอย่างนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ มารู้ตัวอีกทีก้อเผลอตัวเผลอใจเป็นไปนานแล้ว

มันเพราะอะไร คุณบอกผมได้มั้ย

… ได้มั้ย

รู้คับว่ามันยากที่จะหาคำตอบได้

“เออ สัด ไม่รู้ก็ได้วะ ไอ ……..”



กากใย..ตกตะกอน ‘ใบไม้แดง’ ตอนที่ 2 / การบ้าน
พฤษภาคม 6, 2008, 5:08 am
Filed under: เรื่องเล่าของใบไม้

ความสามารถของผมที่ค้นพบโดยพ่อของผมในวัยเด็ก (ถ้าจำไม่ผิด จะเป็นวัยเด็กก่อนวัยเรียนเสียด้วยซ้ำ) ผมสามารถอ่านหนังสือพิมพ์กลับหัวได้

‘ทำไมต้อง หนังสือพิมพ์’

ที่บ้านผม เท่าที่ผมจำความได้ประกอบอาชีพอยู่หลายอาชีพ แต่ที่จำได้แม่นยำคือ ‘พ่อขับสามล้อ’ เป็นช่วงชีวิตที่ผมมีความสุข เพราะทุกครั้งที่ผมไปเรียนพิเศษก็ไม่ต้องโหนรถเมล์ไปเอง เพราะมีพ่อมาคอยรับคอยส่งตลอดเวลา แต่ก็จำไม่ได้แล้วว่าพ่อหยุดขับสามล้อตั้งแต่เมื่อไหร่ มาจำได้อีกทีบ้านผมก็มีอาชีพประจำเป็น คนส่งหนังสือพิมพ์ และนั่นก็เป็นสาเหตุหลักให้ผมมีวิถีชีวิตที่คุ้นเคยกับตัวหนังสือ ข่าว และ ความเคลื่อนไหวในสังคม

เอาจริงๆ แทบนับครั้งได้เลยที่ผมจะอ่านหนังสือพิมพ์ครบทุกหน้า ทุกตัวอักษร เพราะเมื่อจับหนังสือพิมพ์ได้ก็เปิดหน้า 1 เฝ้าดูความเคลื่อนไหวใหญ่ๆ แล้วถ้าสนใจก็ค่อยพลิกไปอ่านรายละเอียดต่อในหน้าถัดไป แต่ถ้าไม่มีอะไรน่าสนใจก็ไปสู่หน้าบันเทิงทันที ก็มีบ้างที่อ่านดวงรายวัน แต่พึงสำนึก ได้ว่าไม่ควรเอาชีวิตไปผูกติดกับดวงรายวัน ก็หยุดอ่านไป และหันมาอ่านดวงรายเดือน และรายปี ตามหน้านิตยสาร และบนหน้าจอไซเบอร์แทน (ต่างกันมั้ย)

ดังนั้นจึงเรียกได้ว่า ความห่างไกลจากข่าว ‘การบ้านการเมือง’ นันไกลจากผมเหลือเกิน ไกลกันเหมือนระยะรอบหมุนรอบตัวเองของโลกในรอบ 1 ปีเลยทีเดียว เพราะถึงจะไม่ค่อยได้อ่าน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่สนใจเลยนี่ครับ

อาจจะด้วยสาเหตุต่างๆ มากมายที่ผมเลือกที่จะไม่อ่านข่าวการเมือง ไม่ว่าจเพราะความน่าเบื่อหน่ายของข่าวปโลมโลกจากน้ำลายของคนใหญ่คนโต หรือเพราะความน่าเบื่อในความไร้สาระ แก่งแย่ง ชิงดี ชิงเด่น เอาชนะ ขัดขา ฆ่าตัดตอน คณะปฏิวัติของคนมีอำนาจ แต่ขาดคุณธรรม เป็นตัวแปรชี้นำให้ผมไม่อยากสนใจและข้องเกี่ยวกับการบ้านการเมือง

จึงเป็นสาเหตุให้ผมถือว่าเป็นแค่เพียงเยาวชนชั้นแย่ เพราะถึงแม้ผมจะเคยเข้าไปมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ “กลุ่มพันธมิตรรวมตัวกันหน้าลานพระรูปฯ เพื่อขับไล่ ทักษิณ” ผมก็ไปเพราะแค่อยากมีส่วนร่วม แต่ไม่ใช่เพราะอุดมการณ์ และถึงผมจะรับรู้เหตุการณ์ “19 กันยา คณะปฏิวัติ” แบบครึ่งๆ กลางๆ แต่ก็ไม่สามารถแม้กระทั่งแสดงพลังของความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ได้แต่เพียงก้มหน้าน้อมรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และปล่อยให้มันผ่านพ้นไป

ถ้าเลือกได้ ผมอยากเชื่อว่า ‘ผมคือหนึ่งใน ปัญญาชน เมื่อ 14 ตุลาฯ’

ถ้าเลือกได้ ผมอยากเกิดมา มีจิตใจที่ซื่อสัตย์ต่อประชาธิปไตย มากกว่านี้

..

แต่ที่เลือกไม่ได้ เพราะนี่ไม่ใช่สิ่งที่ต้องเลือก แต่ต้องลงมือทำ ถึงจะถูก



กากใย..ตกตะกอน ‘ใบไม้แดง’ ตอนที่ 1 / อัตตา
พฤษภาคม 2, 2008, 11:16 am
Filed under: เรื่องเล่าของใบไม้

ในชีวิตของผมมีวิฤกตที่ผกผันหลายครั้งหลายครา ในหลากวิกฤตนั้นเป็นชะตาชีวิตที่ถูกขีดเส้นไว้ แต่กับบางวิกฤตผมเองนี่ละที่หยิบดินสอลากทางให้ชีวิตดำเนินไป

ผมไม่เคยเรียนอนุบาล ผมเคยถูกลดชั้นเรียนจาก ป.3 เป็น ป.2 ตอนกลางเทอม ผมตัดสินใจสอบเข้า ปวส. ใหม่ตอนเทอม 2 ผ่านไปแค่ไม่กี่สัปดาห์ ผมเคยทำให้เพื่อนทั้งห้องไม่ได้เรียนหนังสือเพราะอาจารย์ไม่เข้าสอนถึง 2 ครั้ง ผมเคยใช้คำว่า ‘เ-ี้ย’ กับคนที่เรียกว่า แม่ (แต่ทั้งตัวแม่ หรือญาติๆ คนในสายวงศ์ตระกูลอันสูงศักดิ์ ยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า ผมคือลูกบุญธรรม) ผมเคยพูดกับตัวเองว่า จะไม่เผาผี ผู้เป็นพ่อ (บุญธรรมเช่นกัน)

เรื่องราวทั้งหมด มันอาจจะดูโหดร้ายสำหรับชีวิต เด็กตัวเล็กๆ คนนึง แต่มันคือเรื่องจริง เพราะผมโตมาในครอบครัวคนจีนกึ่งเก่ากึ่งใหม่ จึงถูกเลี้ยงมาแบบอิสระ แต่เป็นอิสระในกรอบที่เค้าวางไว้ แต่ถึงยังไงก็ให้อิสระในการคิดมากทีเดียวโดยเฉพาะเรื่องการเรียน ใครหลายคนอาจจะมองว่าผมดูเหมือนเป็นคนดื้อ แต่ผมว่าผมไม่ใช่นะ ผมเองก็แค่มีเหตุผลของตัวเองในทุกเรื่องแค่นั้นเอง และด้วยองค์ประกอบมวลรวมทั้งหมดนี่ละที่ได้กลั่นกรองให้ผมโตมาแบบนี้ แบบที่โชคดีที่ค้นหาตัวของตัวเองเจอ เร็วกว่าใครหลายๆ คนที่ผมรู้จัก ทำให้กล้าที่จะโดด เด่น เดี่ยว ออกจากกรอบที่บ้าน ออกจากกรอบสังคม ออกจากสังคนาญาติ มามีโลกใบเล็กเป็นของตัวเองได้

ผมรู้ว่าการใช้ชีวิตบนโลก ที่หมุนเร็วกว่าหมุนรอบตัวเอง และวุ่นวายด้วยสังคม การเมือง วงการบันเทิง และปาปารัซซี่ แต่ยังมีโลกของตัวเองอย่างมีความสุขได้ ยากเอาการอยู่นะครับ แต่เชื่อเถอะครับว่ามันคุ้มค่าแน่นอน ขอเพียงแต่คุณกล้าก้าวขาออกมาสักก้าวก็เพียงพอ



เกลียดหน้าร้อน
เมษายน 21, 2008, 3:57 pm
Filed under: มากมาย ...

เหงื่อเยอะอยู่แล้ว ก้อต้องเยอะกว่าเดิม เพราะ แดดร้อน

หงุดหงิดง่ายอยู่แล้ว ก้อต้องเยอะกว่าเดิม เพราะ แดดร้อน

ตัวเหม็นง่ายอยู่แล้ว ก้อต้องเยอะกว่าเดิม เพราะ แดดร้อน

ตัวดำอยู่แล้ว ก้อต้องเยอะกว่าเดิม เพราะ แดดร้อน

หน้ามันง่ายอยู่แล้ว ก้อต้องเยอะกว่าเดิม เพราะ แดดร้อน

แดดร้อนอยุ่แล้ว ก้อต้องเยอะกว่าเดิม เพราะ โลกร้อน

อากาศอบอ้าวอยู่แล้ว ก้อต้องเยอะกว่าเดิม เพราะ โลกร้อน

ยูวีสูงอยู่แล้ว ก้๖องเยอะกว่าเดิม เพราะ โลกร้อน

เรามาช่วยทำให้โลกหายร้อนกันเถอะ ครับ ร่วมกันรณรงค์ใช้ถุงผ้า นะครับ



countdownto HAPPYNEWYEAR … 2008
เมษายน 19, 2008, 7:57 am
Filed under: ดำเนินการ 24 ชั่วโมง

ไม่รู้ว่าจะมีใคร รู้สึกเหมือนผมหรือเปล่า …

นับจากวันที่ 1 ธันวาคม เป็นต้นมา ใจก้อจดๆ จ้องๆ และวิ่งแซงหน้าไปวันที่ 30 ธันวาคม ไปเรียบร้อยแล้ว
แต่ ในโลกแห่งความจริงกลับสวนทางยิ่งนัก

งานการกลับล้นทะลัก ยิ่งกว่าเขื่อนถล่มเสียอีก เพราะต่างก้อต้องรีบเคลียร์งานให้เสร็จก่อนสิ้นปี

วันนี้ว่างจาก การทำงานอยากตรากตรำ แอบหนีมาหาความสุขเล็กๆ น้อยๆ ให้กับตัวเอง ด้วยการเอารูปสวยๆ มาฝาก เพราะมีคนเรียกร้องให้ถ่ายรูปอีก เอาเปนว่าดูไปพลางๆ แก้คิดถึงก่อนละกัน คงได้มีโอกาสไปออกทริป ถ่ายรูปกันอีก

….



แค่สงสัย แต่หดหู่
เมษายน 19, 2008, 7:56 am
Filed under: คิดมาก คิดmind

ได้ฤกษ์ ชัย มา อัพบล็อคแว้ววววววววววววววว

วันก่อนได้มีโอกาสเข้ามา นั่งเพลินในร้านเนต (ซึ่งจริงๆ มันไม่ใช่นานๆ ทีมา แต่ นานๆ ถี่ อะ)
แล้วพบกับเรื่องที่ผม น่าจะมองข้าม แต่ผมไม่อยากมองข้ามอะ

ผมพบกับ คนพิการทางการรับฟัง และการพูด (คนใบ้) เข้ามานั่งเล่นอยู่ในร้านเนตด้วย และโปรแกรมที่เหนนั้น
ก้อคือโปรแกรม CAM FROG เราคงรู้กันดีนะครับ ว่าโปรแกรมนี้ถูกสร้างมาเพื่อการณ์ใด และเพื่อคนกลุ่มใด
ผมถามเพื่อนผมที่กำลังสนทนากันทาง สื่ออิเล็คอย่าง MSN ว่าคิดอย่างไร เพื่อนผมก็บอกแค่ว่า

“อืม ก้อดีไง เค้าเหล่านั้นคุยกันไม่ได้เหมือนเรา ไม่ได้ยินเสียงอะไรต่างๆ เหมือนเรา เค้าก้อแค่คุยกันผ่านสื่ออิเล็คเท่านั้น”

ใจผมก็อยากจะรู้สึกแค่นั้น เหมือนกัน ผมปล่อยให้เหตุการณ์วันนั้นผ่านไป และหลายวันต่อมา ผมก้อพบกับกลุ่มคน
ที่มีลักษณะภายนอกเหมือนกับคน คนๆ นั้นที่ผมเจอ เข้ามากันเปนกลุ่ม โดยมีตัวแทนสองคนนั่งเล่น CAM FROG
และอีก 3-4 คนมุงดู การสนทนาผ่านหน้าจอกลมๆ ….

ไม่อยากคิดต่อเลยครับ ว่า วันข้างหน้า เค้าจะเพิ่มจำนวนคนที่เล่นแบบนี้ มากขึ้นแค่ไหน และถ้าวันนึง เค้าเหล่านั้นได้กลาย
เปนเหยื่อ ของคนเลวในสังคม ลงข่าวหน้าหนึ่งขึ้นมา ใครๆ หลายๆ คนที่เหนดีเหนงาม หรือ ไม่ปฏิเสธเหตุการณ์ในวันนั้น
ไม่หยุดยับยั้งเค้าเหล่านั้นให้ เลิกเล่นซะ จะรู้สึกยังไง …. จะยังคนเหนว่ามันไม่ใช่ เรื่องของตัวเองต่อไปหรือไม่

ปัญหาของคนข้างๆ คุณ ถึงมันจะไม่ใช่เรื่องของคน แต่อย่าลืมนึกไปนะครับ ว่า แค่ผีเสื้อกระพือปีกครั้งเดียว
ก็ทำให้โลกทั้งใบสั่นครอนได้นะครับ



หัวนอน ปลายเท้า
เมษายน 19, 2008, 7:55 am
Filed under: คิดมาก คิดmind

เคยได้ยินกันมาบ้านใช่ปะ คำว่า’หัวนอนปลายเท้า’

อย่ามาบอกนะว่าเกิดไม่ทัน คำๆ นี้ เพราะในละครน้ำเน่า เอามาใช้บ๊อยๆ ยิ่งกับละครที่ แม่ผัวเปนคนรวย แล้วนางเอกเปนคนจ๊นจน … แล้วสุดท้ายตอนจบ นางเอกก้อดันร๊วย รวย หรือบางเรื่องอยากแหกคอก ก็เปลี่ยนใหม่เปน พระเอกยอมกัดก้อนเกลือกิน … ละครทั๊ย ไทย

 

นอกเรื่องไปนาน เข้าเรื่อง เข้าเรื่อง

 

คือ ผมรู้คับว่าทุกคน ต้องมีห้องนอนเปนของตัวเอง และก้อชอบที่จะแต่งห้องนอน ของตัวเองใช่ปะ แล้วคนกลุ่มหนึ่งก็ชอบที่จะเปิดตามหน้าหนังสือ ชอบที่จะไปหาดีไซเนอร์ ให้แต่งห้องให้ หรือบางคนก้อไม่ได้แต่งอะไรมากมาย มีไรก้อยัดๆ เข้าไป ก้อกลายเปนดีไซน์ ไปโดยปริยาย แล้วเคยมีใครบ้างป่าวครับ ที่แต่งห้องมาแล้วรู้สึกไม่ถูกใจ หรือ เคยมั้ยครับที่เดินเข้าห้องนอนใครแล้ว รู้สึกว่ามันน่าอยู่

ห้องที่อยู่แล้วไม่สบายใจ เพราะมันไม่อบอุ่น เพราะห้องๆ นั้นถูกแต่งขึ้นโดยที่ไม่มีวิญญาณ (ไม่ใช่ผี สาง) แต่หมายถึงไม่ได้ปั้นแต่งจากความรู้สึกอะ ไม่ได้ใส่เอาความจริงใจในการตกแต่งเข้าไป แล้วอะไรล่ะคือความเป็นวิญญาณในห้องๆ นั้น …

 

นั่นละครับคือประเด็นที่ผมกำลังจะพูดถึง ผมรู้สึกว่า ห้องนอนของคนเรามันบ่งบอกความเป็นตัวเป็นตนของคนได้มากมายเลยนะครับ เพราะของที่อยู่ในห้องนอน ของแต่ละคน นอกจากของรักของหวง (หนังโป๊ หนังสือโป๊ รูปแฟนเก่า ของขวัญชิ้นแรกที่ได้จากแฟนคนแรก ฯลฯ)แล้ว ยังเปนของส่วนตัวที่ต้องจับใช้ ให้สึกหรออยู่ไม่ขาดมือ และรวมไปถึงของแต่งห้องด้วย ถ้าคนที่รัก เรโทร ห้องก้อจะดูเรโทร คนที่รัก ดารา ห้องก้อจะเตมไปด้วยรูปดารา คนที่รักต้นไม้ ห้องก้อจะมีต้นไม้ คนที่รัก แฟน ห้องก้อจะมีแฟน … (เอ๊ย มะช่าย นอกประเด็น คับนอกประเด็น)

เพราะฉนั้นผมจึงรู้สึกว่า การที่เราอยากจะรู้จักใคร สักคนนึงได้ดีที่สุด ห้องนอนของคนๆ นั้นบ่งบอกได้ดีทีเดียวเลยละว่าคนๆ นั้นเป็นยังไง ชอบอะไร ฯลฯ

 

 

 

แล้วคุณละมีห้องนอนเป็นแบบไหน พร้อมจะให้ผมเปิดดูรึเปล่า



รักแท้ หรือแค่เหงา
เมษายน 11, 2008, 6:39 am
Filed under: รักมักเปนอย่างนี้

คนเราทุกคนเกิดมา ก้ออยากจะมีความรักกันทุกคน แต่ขึ้นอยู่กับว่า คนๆ นั้นจะเอาความรักไปใช้ในแง่ไหน จะเปนเพียงแค่ที่ระบายอารมณ์ หรือเพียงแค่หาคู่สังวาส หรือเพียงสังวาสข้ามคืน แต่ถึงจะเลือกยังไง ผลสุดท้าย ผลมันก้อจะตกกระทบถึงชีวิตคุณเอง

มันคงไม่ผิดอะไรใช่ไหม ถ้าอยู่ๆ คุณก้อเกิดความรู้สึก รัก ใครคนนึงขึ้นมา โดยไม่มีสาเหตุ ไม่มีเหตุผล ไม่มีจุดเริ่ม และไม่อยากให้มันมีจุดจบ

มันคงไม่ผิดอะไรใช่ไหม ถ้าอยู่ๆ คุณก้อรู้สึกไม่อยากเสียคนๆ นั้นไป ถึงว่ามันจะเปนแค่การฉุดรั้งโดยสูญเปล่า และเสียเปล่า

มันคงไม่ผิดอะไรใช่ไหม ถ้าจะบอกว่า กูรักมึง มากๆ วะ กูคงบอกมึงไปหลายรอบแล้ว แต่จะอยากบอกอีกครั้งนึงนะ

กูรักมึงมาก มากเท่าที่คนๆ นึงรักคนหนึ่งคนได้